ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้ก่อนไปโมร็อคโค

ก่อนเพื่อนๆจะไปเที่ยวโมร็อคโค เพื่อนๆควรจะรู้เรื่องพื้นฐานอะไรกันก่อนไปบ้างน้า วันนี้เรามีคำตอบค่า

เมืองน่าเที่ยวแห่งโมร็อคโค
  • โมร็อคโค อยู่ในทวีปแอฟริกาเหนือ อยู่ติดกับประเทศสเปนเพียงแค่ทะเลกั้น
  • คนไทยต้องทำวีซ่า มีสถานทูตในไทยสามารถจ้างคนไปยื่นได้ไม่ต้องไปด้วยตัวเอง
  • ใช้สกุลเงินของตัวเอง Dirham ให้แลกเงิน Euro หรือ USD ไปค่อยไปแลกที่โน้น
  • อากาศค่อนข้างแห้งแล้ง ฤดูกาลของเดือนใกล้เคียงยุโรป ( ก็มันติดกัน… )
  • เวลาห่างจากไทย 7 ชั่วโมง ( GMT+0 )
  • เป็นประเทศมุสลิม ดังนั้นการแต่งกายควรสุภาพแต่ไม่ถึงขนาดต้องคลุมผ้า
  • AIS Data Roaming ผมใช้งานได้ดีตลอดทริป มีสัญญาณหายเฉพาะตอนเข้าไปทะเลทรายลึกๆ
  • อาหารค่อนข้างเป็นไปทางแขก แนะนำให้เตรียมอาหารไทยไปให้พร้อม

มาราเกช (Marrakech) มนต์สเน่ห์แห่งโมร็อกโก

มาราเกช (Marrakech) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศโมร็อกโก อยู่ตรงเชิงเขาแอตลาส

เมื่อก่อนเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมร็อกโก

อาคารบ้านเรือนของที่นี่ก็เป็นสีส้มออกชมพู พาสเทลสุดๆ คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City

ปัจจุบันถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่คับคั่งที่สุดในทวีปแอฟริกา คือเป็นทั้งเมืองศูนย์กลางการค้า และจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

และเมืองนี้ยังได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama อีกด้วย ก็คือมีความสวยงามเหมือนเมืองในละครนั่นเอง

เรียกได้ว่ามาราเกช โมรอคโค เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว! ต้องหาโอกาสมาเที่ยวสักครั้ง!

40สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปโมรอคโค

เราได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวโมร๊อคโคเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015 ที่ผ่านมา เป็นการเที่ยวรอบประเทศเส้นทางหนึ่ง พวกเรา 5 คน รุ่นเดียวกัน เพื่อนกัน เพื่อนของเพื่อน ใช้บริการทัวร์ท้องถิ่นตลอด 14 วัน โดยคนขับรถกับไกด์เป็นคนเดียวกัน พักที่ละ 2 วัน ยกเว้นทะเลทราย และพักใน Medina หรือชุมชนโบราณทุกที่ที่พัก 2 วัน

การเดินทางเริ่มจาก Casablanca visit mosque of Hassan II at the sun set time, to Rabat, the Capital of Morocco, to Chefchaouen, the “Blue” city in northwest of Morocco, to Fes, the double city, to Erfoud with dessert camping at Erg Chebbi Dunes, then take the long journey to Taroudant which is popular of Argan Oil. Then drive to Essaouisa, the Atlantic Coast, to Marrakech which you can see goat on the Argan Tree along the way and back to Casablanca again.

เราจะไม่บรรยายสถานที่เที่ยวต่างๆ เพราะน่าจะมีคนเขียนและถ่ายรูปไว้มากมายแล้ว แต่เราจะบอกเล่าถึงเรื่องอื่นๆแทน ที่อาจเป็นข้อมูลเล็กๆน้อยๆแทน
1. เวลาที่โมร๊อคโคช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง
2. เงินที่โน่นเรียกว่า เงินดีแรม Dehram อัตราแลกเปลี่ยน ณวันที่ไป 1 ดีแรมประมาณ 3.80 บาท สามารถแลกได้โดยใช้เงินยูโรหรือดอลล่าร์ที่สนามบิน หรือธนาคารทั่วไป ปรากฏว่า เมื่อรูดการ์ด กลับได้อัตราที่ดีกว่า เมื่อเรียกเก็บคือ จ่ายที่ 3.70 บาทต่อดีแรม
3. หน้าตาคนที่นั่นจะมี 3 แบบ เป็นแบบหน้าแบบแขกๆ Arab หน้าแบบแขกขาวที่หล่อๆหรือ Berber และแบบนิโกรที่มาจากซูดาน โดยสมัยก่อนเขาเอาเข้ามาเป็นทาส ทุกวันนี้ก็ยังเป็นประชากรชั้นสุดท้ายอยู่ดี
4. ชุดประจำชาติจะเป็นเสื้อคลุมยาวๆ บางทีก็มีฮู๊ด บางทีก็ไม่มี รองเท้าปลายแหลม
5. อาหารประจำโต๊ะคือ ขนมปังแบนๆ ก้อนใหญ่หั่นสี่ และมะกอกดอง ไม่ว่าจะเป็นร้านบ้านๆหรือภัตตาคารหรูๆจะเห็นตลอด พวกเรายังสันนิษฐานว่า ที่ระบบขับถ่ายดี อาจเป็นเพราะมะกอกพวกนี้นี่เอง

6. มะกอกมี 3 สี เขียว แดง ดำ และต้องดอกก่อนกินเสมอ ไม่งั้นฝาดมาก ส่วนกรรมวิธีก็แล้วแต่ พบว่า ส่วนใหญ่จะดองมะกอกดำเค็มมาก ไม่รู้เพราะอะไร เขียวกับแดงจะรสดีกว่า และมักจะต้องใส่เครื่องเทศที่เรากินก็รู้ว่ากลิ่นแขกทุกที่

7. หากกินอาหารเช้า ต้องระวังว่า กระปุกสองกระปุกบนโต๊ะเป็นเกลือกับเครื่องเทศ ไม่ใช่พริกไทยนะจ๊ะ หายากเลยแหละ
8. น้ำส้มที่นี่อร่อยมาก ราคาถูก รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน ไม่เปรี้ยวมาก และไม่หวานจัด ถ้ากินตามภัตตาคารก็ราคาแบบภัตตาคาร แต่ถ้ากินตามร้านน้ำส้มคั้นในตลาด ราคาเพียง 4 ดีแรม หรือประมาณ 15 บาทต่อถ้วยขนาด 250 ซีซี พวกเราเลยจัดไปทุกที่
9. น้ำอ้อยคั้นกับเลมอนก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่แนะนำ อร่อยมาก ราคา 5 ดีแรม หรือประมาณ 20 บาท พบได้ที่ Essaouira
10. ทับทิมเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไป ราคาไม่แพงตกลูกละ 20 บาท รสดี เม็ดลีบ แต่มาคั้นน้ำแล้วสู้น้ำสัมไม่ได้ และไม่อร่อยเท่าน้ำทับทิมคั้นบ้านเรา แนะนำกินสด แต่ระวังมีลมในท้องนะจ๊ะ
11. อาหารขึ้นชื่อที่โน่นคือ Tajine and Tanjia โดยทาจีนจะเป็นที่นิยมมากกว่า ทาจีนเป็นจานกระเบื้องที่ใช้ตุ๋นอาหารบนเตาโดยมีฝาปิดเหมือฝาขนมครกบ้านเรา ข้างในจะเป็นเนื้ออะไรก็แล้วแต่ต้องการ ส่วนใหญ่จะมีมะกอกเป็นส่วนประกอบอาหาร ส่วนแทนเจียจะเป็นหม้อต้ม แล้วเทออกมาใส่จาน ซึ่งพอเทออกมาก็เหมือนกันหมด จะพบเห็นทาจีนตลอดทริป เรียกว่า กินครั้งแรกก็ดูดี นานๆไปชักไม่ไหว กลิ่นเครื่องเทศมันเยอะจนมึน

12. ไม่มีอาหารประเภทน้ำ พวกแกงจืด มีอย่างเดียวคือ Morocco Soup เป็นซุปข้น

13. Kefta เป็นอีกเมนูที่แนะนำ เป็นเนื้อสับปั้นก้อน แล้วนำมาย่าง กินกับขนมปัง มะกอกดอง พริก ก็อร่อยดี เมนูนี้ไม่ค่อยมีเครื่องเทศ ค่อยยังชั่วหน่อย
14. ราคาอาหารตามภัตตาคารเป็นมาตรฐานแบบยุโรปเลย ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว
15. การรออาหารที่นี่ต้องทำใจมาก ช้ามากกกกก ทำให้การกินแต่ละครั้งกินเวลานานมาก
16. ซีซ่าร์สลัดรสชาติไม่อร่อย ไม่เหมือนบ้านเรา กินกี่ร้านก็ไม่ได้เรื่อง เลยไม่รู้ว่า บ้านเราเอามาดัดแปลงจนถูกปากหรือเปล่า
17. ชีสสดที่นี่เป็นชีสแพะ สำหรับเรามันเหม็นสาบมาก แต่ชีสตราวัวแดงที่นี่เยอะมาก ราคาถูก รสชาติเหมือนบ้านเรา
18. คนที่นี่ไม่กินเหล้า และไม่ขายในร้านอาหารท้องถิ่น แต่ในโรงแรมขายได้ และหากกินในงานปาร์ตี้ก็กินได้ แต่จะถือขวดเหล้าออกมาข้างนอก หรือเมาข้างนอกไม่ได้
19. ร้านอาหารญี่ปุ่นเคยพบร้านเดียวที่ Rabat แต่อาหารจีนแทบไม่เคยเห็นเลย หรือเที่ยวไม่ทั่วก็ไม่รู้ แต่เห็นร้านอาหารไทย 1 ร้าน
20. บ้านเมืองทั่วไปก็ใช้ได้ สายไฟลงดินหมด ถนนกว้าง ตามแยกต่างๆจะเป็นวงเวียนเตี้ยๆเพื่อให้รถชะลอ
21. ที่นี่ขับรถชิดขวานะคะ ส่วนวินัยจราจรเป็นสุดยอดของความเละเทะ ทั้งข้ามถนนตัดหน้า ทั้งเบียดกัน ทั้งกลับรถเมื่อต้องการ ทั้งจอดรถซ้อนคัน เรียกว่า ทุกอย่างเลย แต่ที่น่าประหลาดคือ เขาไม่มีการกดแตรด่ากัน มีแต่ ซาลามมาเลกุมกัน แต่ ไกด์เรารักษาความเร็วตามกำหนดมาก เห็นว่าเพราะถ้าโดนปรับจะแพงมาก
22. เรื่องทิปนี่เรื่องใหญ่ ต้องจ่ายค่าทิปทุกอย่าง เข้าห้องน้ำ จอดรถ กินอาหาร ถ่ายรูป สาวไทยก็เข้าห้องน้ำบ่อยมาก ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก เพราะไกด์จ่ายให้ และอย่าคิดว่าจะหาห้องน้ำได้ตลอดทางนะ บางครั้งต้องเข้าทางร้านอาหารที่มีแต่ผู้ชายนั่งเต็มไปหมด และห้องน้ำบางที่ก็น่ากลัวไม่แพ้จีน แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ได้นะ
23. น้ำดื่มเป็นแบบขวดเล็ก 350 ซีซี กับขวดขนาด 1500 ซีซี เลย
24. ไวน์ที่นี่รสดี ราคาถูก เห็นเพื่อนคอไวน์เขาบอกมา เบียร์คาซาบลังกาก็อร่อยจ้า
25. กษัตริย์ที่นี่มีวังทั่วประเทศ 20 กว่าแห่ง มักใช้ชื่อไม่ Mohammed ก็ Hassan องค์ปัจจุบันคือ Mohammed VI ส่วนลูกชื่อ Hassan ถ้าได้เป็นกษัตริย์จะเป็น Hassan III
26. สุเหร่ามีทุกที่ คล้ายหอคอย สังเกตง่าย บางที่เฉพาะผู้ชาย บางที่เฉพาะผู้หญิง แต่ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะทำละหมาดที่บ้านมากกว่า เพราะต้องทำงานบ้าน
27. โมร๊อคโคเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ดังนั้น ภาษาหรืออิทธิพลของฝรั่งเศสจะมีมากกว่าสเปน ที่อยู่ห่างไปเพียง 14 กม เมื่อข้ามช่องแคบ บางคนมักจะเที่ยวสเปนแล้วข้ามเรือมาโมร๊อคโค
28. Medina เป็นชุมชนโบราณ มีรั้วใหญ่ล้อมรอบ อยู่กันอย่างแออัด ช่องทางเดินเล็ก และวกวน ไม่มีชื่อป้ายชื่อซอย ส่วนใหญ่ มักใช้การเดินเสียส่วนใหญ่ และแน่นอน จักรยาน มอเตอร์ไซค์ รถเข็นต้องมา ในบริเวณที่กว้างหน่อย ก็จะมีรถแล่นสวนกัน ทั้งรถ ทั้งคน สวนกันไปมาน่าหวาดเสียวมาก
29. เราพักในเมดิน่า นั่นคือ ต้องจอดรถรอบนอก เอากระเป๋าใส่รถเข็น และเดินเข้าไป อย่างน้อยก็ประมาณ 100 เมตร อารมณ์เหมือนเดินผ่านตลาดสด มีทั้งร้านขายของ อาหาร พื้นไม่เรียบเพราะปูด้วยหิน แฉะๆบางที่ ผนังในเมดิน่าจะทำจากดินผสมหญ้า ไม่มีการฉาบเรียบ เห็นแต่ประตู ร้านค้าเล็กมาก ถ้าเป็น Guest House ส่วนใหญ่ใช้คำว่า Dar or Maison ก็จะเห็นแต่ประตู แต่เมื่อเข้าไปแล้วเป็นอีกโลกนึงเลย
30. Dar ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านที่มีช่องตรงกลางไว้ระบายอากาศ บางที่ปลูกต้นไม้ บางที่เป็นช่องว่าง และห้องพักจะอยู่รายรอบอีกที เป็นแบบทรงสูงคือ ห้องอยู่ชั้น 2-4 และมักมีดาดฟ้าไว้ชมวิวหลังคาติดๆกัน และแน่นอนว่าไม่มีลิฟท์ค่ะ เดินตลอด เลยต้องทิปคนแบกกระเป๋าหนักมาก ทิปทั้งคนลากกระเป๋าขาไปขากลับอีก

31. ศิลปะของโมร๊อคโค สวยงามละเอียดมาก ต้องใช้เวลา ฝีมือ มาก ทั้งแบบแกะสลักจากผนังปูน ทั้งการทำโมเสด และตาม Dar ต่างๆก็มักมีศิลปะแทรกอยู่ทุกที่ บอกได้เลยว่า มีเสน่ห์ น่าพักทุกที่ แตกต่างกันไป

32. อากาศที่มี ร้อนสุดถึง 56 องศาเซลเซียส แต่หนาวจนถึง 7 องศาเซลเซียสเลย ช่วงอากาศกว้างมาก ช่วงที่ไปเป็นหน้าฝนค่ะ คือประมาณ พฤศจิกายนถึงมกราคม ทริปเราโชคดีมากที่ไม่เจอฝนเลย อุณหภูมิประมาณ 25 องศา และเย็นลงตอนกลางคืน วันกลับนี่เหลือ 7 องศาเลย เห็นไกด์ว่า ช่วงที่น่าไปคือกันยายนนะคะ และช่วงหน้าร้อนคือ มิถุนายน กรกฎาคม อย่าได้แหยมไปเด็ดขาด อาจกลายเป็นหมูตากแห้งได้
33. ดอกไม้ต่างๆเหมือนบ้านเราเลย ไม่ว่าจะเป็นเฟื่องฟ้า ชบา แต่ดูสวยกว่านะ ผลไม้ก็เหมือนกัน เห็นว่ามะละกอนำพันธุ์มาจากไทย แต่ไม่เคยเห็นเขากินกันเลย และไม่มีขายด้วย ต้นส้มเป็นต้นไม้สาธารณะตามทางเดินทั่วไป
34. หาดทรายที่นี่เป็นหาดทรายของมหาสมุทรแอตแลนติด กว้างและยาวมาก ไม่มีร่ม คนขายของให้เสียทัศนียภาพ แถมด้วยถนนคนเดินตลอดแนวกว้างเป็น 10 เมตร ถัดไปค่อยเป็นถนน ถึงจะเป็นตัวอาคารเตี้ย คือมันดีมากอ่ะ ผู้คนเดินกันขวักไขว่ อากาศเย็นสบาย แต่ไม่กล้าลงน้ำนะ มันหนาว และน้ำทะเลก็ไม่ได้ใสอะไร เหมือนปกติ เป็นที่โปรดปรานของชาวยุโรป จะพบเห็นได้มากที่ Agadir and Essaouira เป็นเราก็ขอพักที่นี่ อากาศดีมาก 

35. ทะเลทรายหนาวมาก แคมป์ที่พักหรูหรานะ มีชักโครก ห้องน้ำในตัว เขาจะปูเสื่อผ้าที่พื้น ช่วยให้เดินง่าย ไม่งั้นจะจมทรายเอา และทะเลทรายไม่ได้สวยทุกที่นะ

36. อาคารส่วนใหญ่โทนสีอิฐ ยกเว้นใน Chefchaouen เป็นสีขาวฟ้า เป็นความเชื่อทางศาสนาของเมืองนั้น จุดสังเกตว่า ซอยแคบนั้นเป็นทางตันหรือไม่ ให้ดูว่าพื้นทาสีฟ้าไหม ถ้าทา แสดงว่าเป็นทางตัน
37. รูปดาวที่ธงเป็นคำสั่งสอน 5 ประการขององค์ศาสดา
38. ร้านกาแฟส่วนใหญ่จะมีแต่ผู้ชายนั่งและหันหน้าสู่ถนน ผู้หญิงห้ามนั่ง ยกเว้นนักท่องเที่ยว เวลาเดินผ่านจะมองตลอด แต่ก็ไม่มีอะไร ปลอดภัยค่ะ
39. การจ่ายเงินซื้อของอย่าลืมเงินทอน เพราะเวลาจ่ายเหมือนจะฉกเงิน แต่เวลาทอนจะนานมากกกก เหมือนจะรอให้เราลืม
40. ไม่แนะนำให้ซื้อของร้านค้าที่ติดว่า Tax Free เพราะการเคลมภาษีแย่มาก ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ ต้องรอร่วมชั่วโมงจนเกือบตกไฟท์ แถมต้องเดินเข้าเดินออกในส่วนที่ต้องตรวจกระเป๋า เรียกว่าเคลม Terminal 1 รับเงิน Terminal 2

แต่งบ้านสไตล์โมรอคโค สีสันจัดจ้าน

หลายๆ คนชอบบ้านที่มีสีสันจัดจ้าน สไตล์บ้านแบบโมรอคโคจึงเป็นรูปแบบที่ใช่ เพราะบ้านแบบโมรอคโคเน้นการใช้สีสันสดๆ จัดจ้าน รวมทั้งยังเน้นรายละเอียดในการตกแต่งค่อนข้างมาก นั่นเป็นเพราะโมรอคโคเป็นประเทศที่มีการผสมผสานของวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่สไตล์บ้านแบบนี้ก็มีเอกลักษณ์การตกแต่งที่โดดเด่นแบบเฉพาะตัว บ้านสไตล์โมรอคโคน่าจะเหมาะกับหญิงสาวที่ชื่นชอบการตกแต่งแบบใส่ใจในรายละเอียด รวมทั้งของตกแต่งที่ใช้งานฝีมือ งานหัตถกรรมต่างๆ มาประดับเพิ่มเติม วันนี้จึงมีลักษณะการตกแต่งในสไตล์โมรอคโคมาฝากค่ะ

เอกลักษณ์สำคัญของบ้านสไตล์นี้คือซุ้มประตูโค้ง หลังคารูปโดม

ของตกแต่งมักเป็นงานผ้า งานฝีมือ

โทนสีสดๆ ทำให้บ้านสไตล์โมรอคโคมีความโดดเด่น และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

กระเบื้องโมเสค หรือการติดกระเบื้องเล็กๆ สีสันจัดจ้านทำให้บ้านแบบโมรอคโคสื่อถึงการใส่ใจในรายละเอียดของการตกแต่ง

งานก่ออิฐฉาบปูนสีแรงๆ เป็นแนวทางสำคัญของบ้านสไตล์โมรอคโค

Open Court ลานโล่งๆ กลางบ้านที่โอบล้อมตัวบ้าน หรืออาคารเพื่อป้องกันฝุ่นจากทะเลทราย

พรมและงานผ้าทอมือตกแต่งในห้องรับแขกของบ้าน

โคมไฟฉลุลาย และศิลปะการฉลุลายทองเหลือง ช่วยสะท้อนแสงสวยๆ ภายในบ้าน

ด้วยการใส่ใจในรายละเอียดของทุกจุดของบ้าน ทำให้บ้านสไตล์โมรอคโคเป็นที่ถูกอกถูกใจของสาวๆ รวมถึงเจ้าของบ้านหลายคน

เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยวโมรอคโค(MOROCCO)

โมรอคโคอยู่ส่วนไหนของมุมโลก

map morocco

ประเทศโมรอคโคตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา หรือจะให้เห็นภาพชัดกว่านี้ต้องไปเริ่มต้นกันที่ทางตอนใต้ของประเทศสเปนเพราะว่าประเทศโมรอคโคอยู่ใกล้กับประเทศสเปนมากสิ่งที่ขวางกั้นสองดินแดนนี้ก็มีเพียงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนั่นเอง

อยากไปเที่ยวโมรอคโค คนไทยต้องขอวีซ่าไหม ?

สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางของประเทศไทยหากต้องการเดินทางไปเที่ยวยังประเทศโมรอคโคต้องยื่นขอวีซ่า แต่ไม่ต้องกังวลใจว่าจะขอยากไหม ต้องดำเนินการอะไรบ้าง จะผ่านหรือไม่อย่างไร  หากออกเดินทางไปกับฟรีเบิร์ดทัวร์เราจะดำเนินการยื่นวีซ่าให้ ผู้เดินทางไม่ต้องไปยื่นวีซ่าด้วยตัวเอง และไม่ต้องโชว์ตัว ไม่เสียเวลาอีกด้วย เพียงแค่คุณเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่เจ้าหน้าที่แผนกวีซ่าของเราได้แจ้งไว้ ระหว่างนี้คุณก็ไปช้อปปิ้งเสื้อผ้ารอได้เลย ไปโมรอคโคต้องขอวีซ่าแล้วถ้าอยากไปประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าจะไปที่ไหนดี 

ไปเที่ยวโมรอคโคต้องขอวีซ่าไหม

ระบบไฟฟ้าที่โมรอคโค

เพราะเราไม่ได้เดินทางไปโมรอคโคแค่วันเดียวดังนั้นระบบไฟฟ้าจึงนับเป็นพลังชีวิตของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน กล้องถ่ายรูป เพราะวันใดไม่ได้ไถหน้าจอมือถือแล้วมันเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ดังนั้นนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมจะไม่พลาดทุกการติดต่อ

ประเทศโมรอคโค ใช้ระบบไฟฟ้า 220-240 V. เหมือนประเทศไทย ปลั๊กไฟจะเป็นลักษณะแบบหัวกลม 2 ขา และแบบมีหัวกลมคู่กับคลิปกราวด์ 1 ด้าน แนะนำควรเตรียมหัวแปลงปลั๊กไฟ(Universal Adapter)

ระบบไฟฟ้าที่โมรอคโค

ประเทศโมรอคโคใช้สกุลเงินอะไร?

ไปเที่ยวโมรอคโคต้องแลกเงินสกุลอะไรไป โมรอคโคใช้สกุลเงิน Dirham(MAD) เป็นสกุลเงินที่ไม่มีแลกในไทย นักท่องเที่ยวสามารถแลกเป็นสกุลเงินกลางๆไปก่อน คือ สกุลเงิน EUR หรือ USD แล้วค่อยไปแลกเงินสกุลท้องถิ่น MAD ที่โมรอคโค (1 ดีแฮลม์ ประมาณ 3.2 บาท อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ) สำหรับร้านแลกเงินในประเทศไทยมีที่ไหนบ้าง ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

ประเทศโมรอคโคใช้สกุลเงินอะไร

เที่ยวโมรอคโคช่วงไหนดี ?

เวลาที่ประเทศโมรอคโคห่างจากประเทศไทย 7 ชั่วโมง ประเทศโมรอคโคมี 4 ฤดู แม้โมรอคโคจะอยู่ในทวีปแอฟริกาแต่มีสภาพคล้ายกับทวีปยุโรปนั่นเพราะอยู่ใกล้กับประเทศสเปน และด้วยความหลากหลายของภูมิประเทศส่งผลถึงความหลากหลายทางด้านภูมิอากาศในแต่ละช่วงฤดูกาล เช่น บริเวณชายฝั่งที่มีอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน อากาศร้อนจากบริเวณทะเลทรายซาฮาร่า เป็นต้น

เที่ยวโมรอคโคช่วงไหนดี

ฤดูกาลในโมรอคโค

ฤดูหนาว (มกราคม-มีนาคม) จะมีลักษณะของอากาศที่หนาวเย็น และชื้น 
ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายมีนาคม-พฤษภาคม) ลักษณะอากาศเย็นชื่นใจเป็นมิตรกับการถ่ายภาพ
ฤดูร้อน (มิถุนายน-กันยายน) ลักษณะอากาศแห้ง และร้อน (เป็นช่วงที่ร้อนที่สุดในโมรอคโค)
ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-ธันวาคม) ลักษณะอากาศดี ชีวิตการอยู่โมรอคโคในช่วงนี้จะสดใส บรรยากาศคึกคัก

High Season ของโมรอคโคต้องยกให้ช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงของปีซึ่งมีอากาศเย็นสบายสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยต่อการเก็บภาพบรรยากาศของเมือง และผู้คน เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด

Low Season ของโมรอคโคยกให้ฤดูร้อนช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่น่าเที่ยวเพราะช่วงนี้นักท่องเที่ยวจะให้ความสนใจไปเที่ยวตามเมืองริมทะเลแทนอย่างเมืองแทงเจียร์(Tangier) ที่ติดกับทะเลซึ่งมีอากาศดีตลอดทั้งปี แม้จะเป็นช่วง Low Season แต่ก็ Low ไม่สุดนะจะบอกให้

สินค้าน่าสนใจ ของที่ระลึกน่าช้อปในโมรอคโค

หลังจากเที่ยวดื่มด่ำกับบรรยากาศเก็บภาพความสวยงามอย่างจุใจแล้วจะให้ครบตามตำราก็ต้องช้อปปิ้งหาของฝากของที่ระลึกกลับไปฝากครอบครัว คนรัก หรือประดับตกแต่งบันทึกความทรงจำที่ได้มาเยือนสักหน่อย สำหรับของฝากจากโมรอคโคสิ่งแรกที่ต้องห้ามพลาดก็คือ เครื่องหนัง เป็นสินค้ายอดนิยมของที่นี่เขาเลย  นอกจากนั้นก็จะมีเครื่องเทศ ชุดจานชาม เครื่องแต่งกาย โคมไฟ เซรามิค รวมไปถึงพรมที่มีสีสันแต่งแต้มเข้าไปเรียกว่าเป็นผลงานศิลปะที่ละเอียดยิบเรียกได้ว่าใครเห็นแค่สีสองสีถือว่ายังไม่มาถึงโมรอคโค แอบบอกว่าเห็นภาพแล้วอยากจะรีบไปช้อปสักวันนี้พรุ่งนี้เลยทีเดียว

ของฝากจากโมรอคโค
ของฝากจากโมรอคโค

อาหารโมรอคโค

การที่โมรอคโคอยู่ใกล้กับทวีปยุโรปอาหารของเขาจึงมีกลิ่นไอของยุโรปปนๆมาไม่น้อย เมื่อยุโรปมาผสมกับแอฟริกาความเป็นเอกลักษณ์จึงเกิดขึ้น   อาหารโมรอคโคขึ้นชื่อในเรื่องของเครื่องเทศแต่จะไม่รุนแรงเหมือนอาหารอินเดีย เพราะอาหารโมรอคโคจะเน้นเรื่องของวัตถุดิบที่นำมาทำและวัตถุดิบต่างๆเหล่านี้นี่เองที่ให้รสชาติความอร่อย และมีเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่แล้ว ถ้ามีโอกาสได้ลองชิมน้ำส้มคั้นสดก็อย่าลืมลองนะครับเพราะน้ำส้มคั้นสดที่โมรอคโคนั้นอร่อยมากๆ น้ำอ้อยผสมเลมอนก็เป็นน้ำที่ต้องลองอร่อยไม่แพ้กัน

อาหารโมรอคโค

การแต่งกายเมื่อเที่ยวโมรอคโค     

ประเทศโมรอคโคไม่ได้เคร่งครัดในเรื่องการแต่งกายมากเหมือนประเทศมุสลิมบางประเทศ แต่เพื่อแสดงความเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวในเรื่องการแต่งกายให้เหมาะสม เช่น  การแต่งกายเข้าชมสุเหร่าควรแต่งกายสุภาพ สุภาพสตรีสามารถสวมกางเกงได้แต่ต้องเป็นขายาว ไม่แนะนำให้สวมกางเกงรัดรูป หากเป็นกระโปรงให้เป็นแบบเลยเข่า เดรสยาวคลุมเข่า เสื้อปิดไหล่ สำหรับสุภาพบุรุษก็ต้องใส่กางเกงขายาว เสื้อมีแขน 

การแต่งกายเมื่อเที่ยวโมรอคโค

การใช้งานอินเตอร์เน็ตในโมรอคโค

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปกับบริษัททัวร์ และไม่ได้เป็นคนติดโซเชียลอะไรมากสัญญาณwifi ในโรงแรม ตามร้านอาหาร หรือตามเมืองใหญ่ก็น่าจะเพียงพอโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แต่สำหรับท่านใดที่ไม่อยากพลาดทุกการติดต่อผ่านทางโซเชียลก็คงต้องหาซื้อซิมติดไว้ เราสามารถซื้อซิมจากเมืองไทยของยี่ห้อต่างๆ หรือเปิดโรมมิ่งไป ลองสอบถามได้ที่ผู้ให้บริการแต่ละเจ้า อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีมากก็คือไปซื้อซิมท้องถิ่นของเขาเมื่อไปถึงสนามบิน

การใช้งานอินเตอร์เน็ตในโมรอคโค

ของฝากจากโมรอคโคดินแดนฟ้าจรดทราย

ของฝากจากโมรอคโคดินแดนฟ้าจรดทราย

โมรอคโค หรือโมร็อกโก (Morocco) ประเทศที่มีกลิ่นออกเครื่องเทศ สีสันทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา มีพื้นที่ขนาบข้างด้วยทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมหาสมุทรแอตแลนติก ประเทศที่มีเมืองหลวงชื่อราบัต(Rabat) มีคาซาบลังก้า(Casablanca)เป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา
มีเมืองใหญ่เป็นอันดับสามอย่างเฟส(Fes)ที่ได้รับฉายาว่าเอเธนส์แห่งแอฟริกาเมืองเก่าที่ยังคงไม่หลับไหล มีเมืองมาร์ราเกช(Marrakech)เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ
มีตึกสีฟ้าๆที่เรียกนักท่องเที่ยวให้ไปเยี่ยมชมไม่ขาดสายอย่าง ‘เชฟชาอูน’(Chefchaouen) มีทะเลทรายขนาดใหญ่ มีเทือกเขา มีชายหาด และมีของฝากที่เห็นแล้วต้องร้องว้าวววว!! ไปดูกันค่ะว่าที่โมรอคโคเขามีอะไรให้น่าช้อปกันบ้าง ดูกันเพลินๆ
เครื่องหนังเลยค่ะ ….ของฝากชื่อดัง ราคาก็ดังเช่นกัน โดยเฉพาะที่เมืองเฟส(Fes) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศและมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเขตเมืองเก่า ซึ่งเรียกกันว่า ‘เมดินา’ (Medina) หนังของที่นี่ทำมาจากแพะ แกะ อูฐ แล้วนำมาทำเป็นของใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า ที่หุ้มเก้าอี้ เครื่องหนังเหล่านี้คือของฝากชื่อดังจากโมรอคโค

10 วิธีป้องกันทรัพสินระหว่างท่องเที่ยวต่างประเทศ

10 วิธีป้องกันทรัพสินระหว่างท่องเที่ยวต่างประเทศ

สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการท่องเที่ยวต่างประเทศหรือที่ห่างไกลนั่นคือการดูแลทรัพสินของเราให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยง การตกเป็นเป้าหมายของโจร

1. อย่าใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง
2. อย่าใช้กระเป๋าสะพาย
3. แบ่งเงินไว้หลายๆส่วน
4. ถ้าถูกเรียกในที่เสี่ยงพยายามหลีกเลี่ยง
5. ถ้าโดนเบียดให้กอดกระเป๋าไว้ให้แน่น
6. มองดูกระเป๋าเสมอเมื่อรถไฟจอด
7. อย่าอยู่ในที่เสี่ยงดังและมุมอับ
8. สะพายกระเป๋าคาดไว้ด้านตรงข้ามถนน
9. สะพายกระเป๋าด้านหน้าเท่านั้น
10. มีสติตลอดเวลา

Hassan II Mosque

สถานที่เที่ยวเมื่อไปมอร็อคโค

3.Hassan II Mosque

Hassan II Mosque มัสยิดฮัสซันที่ 2 เป็นมัสยิดในคาซาบลังกาโมร็อกโก เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก หอคอยสุเหร่านั้นเป็นสุเหร่าที่สูงที่สุดในโลกที่ 210 เมตร เสร็จสมบูรณ์ในปี 1993 ได้รับการออกแบบโดย Michel Pinseau และสร้างโดย Bouygues สุเหร่าสูง 60 ชั้นโดยเลเซอร์ซึ่งเป็นแสงที่มุ่งตรงไปยังเมกกะ มัสยิดตั้งอยู่บนแหลมที่มองออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก ผู้นมัสการสามารถอธิษฐานข้ามทะเลได้ แต่ไม่มีพื้นกระจกมองลงไปในทะเล ผนังทำจากหินอ่อนที่ทำด้วยมือและหลังคาสามารถพับเก็บได้ ผู้นับถือมากที่สุด 105,000 คนสามารถรวมตัวกันเพื่อละหมาด: 25,000 คนในห้องโถงของมัสยิดและอีก 80,000 คนบนพื้นด้านนอกของมัสยิด

History

ราชอาณาจักรโมร็อกโก

โมร็อกโก ชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรโมร็อกโก เป็นรัฐเดี่ยวและรัฐเอกราชที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคมาเกร็บในแอฟริกาเหนือ เป็นหนึ่งในถิ่นกำเนินชนเบอร์เบอร์ ในทางภูมิศาสตร์โมร็อกโกมีเทือกเขาหินขรุขระตรงกลาง มีทะเลทรายขนาดใหญ่และมีชายฝั่งยาวมาตั้งแต่มหาสมุทรแอตแลนติกจนถึงทะเลเมดิเตอเรเนียน โมร็อกโกมีพื้นที่ประมาณ 710,850 ตารางกิโลเมตรและประชากรกว่า 35,276,786 คน เมืองหลวงชื่อราบัตและมีเมืองใหญ่สุดชื่อกาซาบล็องกา นอกจากนี้ยังมีเมืองสำคัญอื่น ๆ อีกอาทิมาร์ราคิช แทงเจียร์ ซาเล่ห์ แฟ็ส แม็กแน็สและ วัจด้า ในทางประวัติศาสตร์โมร็อกโกเป็นประเทศอำนาจนำภูมิภาคมีความเป็นอิสระและไม่ได้ถูกยุ่งเกี่ยวหรือรุกรานโดยเพื่อนบ้านตั้งแต่สุลต่าน โมเลย์ อิดริส ที่ 1ก่อตั้งรัฐโมร็อกโกครั้งแรกใน พ.ศ. 1332 ประเทศถูกปกครองโดยระบบราชวงศ์และเจริญสุดขีดในช่วงราชวงศ์อัลโมราวิดและราชวงศ์อัลโลฮัดซึ่งครอบครองส่วนหนึ่งของคาบสมุทรไอบีเรียและแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ ราชวงศ์มารีนิดและราชวงศ์ซาดีได้ยืนหยัดต่อต้านการรุกร่านจากต่างประเทศ อีกทั้งโมร็อกโกเป็นประเทศในแอฟริกาเหนือประเทศเดียวที่เลี่ยงการยึดครองจากจักรวรรดิออตโตมันได้ ราชวงศ์อเลาอัวซึ่งปกครองประเทศอยู่ในปัจุบันนั้นขึ้นมามีอำนาจในโมร็อกโกตั้งแต่ พ.ศ. 2174 ใน พ.ศ. 2455 โมร็อกโกถูกแบ่งเป็นโมร็อกโกในอารักขาของฝรั่งเศส โมร็อกโกในอารักขาของสเปนกับเขตสากลในแทนเจียร์และกลับมาได้รับเอกราชใน พ.ศ. 2499 วัฒนธรรมชาวโมร็อกโกจะเป็นแบบผสมผสานตามอิทธิพลของเบอร์เบอร์ อาหรับ แอฟริกาตะวันตกและยุโรป

123gosell.com

Snack

ขนมที่ต้องลองชิมเมื่อไปเที่ยวมอร็อกโก

1.Brouat

Brouat เป็นสไตล์ขนมพัฟ มีทั้งสอดใส้คาวและหวาน เป็นไปทอดหรืออบ ใส้คาว รสชาติเหมือนปอะเปี๊ยะบ้านเรา มีใส้ต่างๆ ไก่ หรือเนื้อ ผสมกับผัก ชีส มะนาว และพริกไทย ปั้นเป็นรูปสามเหลี่ยม หรือกลมๆเหมือนปอเปี๊ยะบ้านเราเลย ขึ้นอย่างกับสูตรของแต่ละคน แต่ละเจ้า ส่วนใส้หวาน จะใส่ใส้ almond paste แล้วไปทอด ราดด้วยน้ำผึ่ง และแยมส้ม