รีวิวเต็ม Marrakesh Hua Hin Resort & Spa อยู่แค่หัวหิน ก็ได้กลิ่นโมร็อกโก

ถ้าจะกล่าวถึง ประเทศโมร็อกโก (Morocco) เราว่านี่คือหนึ่งใน Bucket List ของใครหลายๆ คน แค่จินตนาการว่าเรากับแฟนกำลังขี่อูฐไปตามทะเลทรายสวย ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า นึกถึงความงามวิจิตรของสถาปัตยกรรมอาหรับ นึกถึงชีวิตพร่างพราวราวกับควีนในฮาเร็ม โอ๊ว!! นี่แหล่ะประสบการณ์พิเศษที่ใครๆ ก็อยากพบสักครั้งในชีวิต

บางคนอาจได้สัมผัสมาแล้ว แต่อีกหลายคนอาจยังไม่พร้อมจะไปถึง ไม่เป็นไร วันนี้เราจะชวนคุณไปกรุ่นกลิ่นโมร็อกโก (Morocco) กับรีสอร์ทสไตล์ Neo-Moroccan ริมชายหาดหัวหิน ที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa (มาราเกซ หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา) กันครับผม!!

สำหรับคนทำงานประจำ การได้ปลีกตัวมาพักผ่อนชาร์จพลังสัก 1-2 วัน เป็นเรื่องดี และหัวหินก็เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ไม่ไกลเกินจะขับรถ เมืองตากอากาศชายทะเลแห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาหลายสิบปีแล้ว นับวันก็ยิ่งมีที่พัก ที่เที่ยว รวมถึงร้านเก๋ๆ มากระตุ้นให้เราเปลี่ยนบรรยากาศอยู่เป็นประจำ

Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ก็เป็นที่พักอีกแห่งนึงที่เราจะพาทุกคนมาสัมผัส บทความนี้จะบอกเล่าประสบการณ์การเข้าพักของเรากับยัยหมวย ตลอด 3 วัน 2 คืน ให้ทุกคนได้อ่านแบบตรงไป ตรงมา เราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้รู้จักรีสอร์ทแห่งนี้มากขึ้นแน่นอน

มารู้จักกับ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa กันสักนิด

รีสอร์ทแห่งนี้ชื่อ Marrakesh ออกเสียงว่า “มาราเกช” เป็นชื่อตั้งตามชื่อเมืองท่องเที่ยวริมทะเลในประเทศโมร๊อกโก (Morocco) เมืองที่ได้ฉายาว่า “City of Red” หนึ่งในเมืองสีสันสดใส ที่สร้างจากดินสีแดง รีสอร์ทแห่งนี้จึงใช้เอกลักษณ์ดังกล่าวมาผสมผสานการออกแบบสไตล์ Neo-Moroccan เกิดเป็นโรงแรมที่ให้ทั้งความหรูหรา ทันสมัย สีสันสดใส และเต็มไปด้วย

ใครที่ชอบงานดีเทลสไตล์อาหรับคงจะหลงรักที่นี่ได้ไม่ยากครับ ยิ่งถ้าเป็นคนชอบถ่ายภาพ (และชอบถูกถ่ายภาพ) ก็คงจะยิ่งว๊าวแน่นอน ที่นี่มุมถ่ายรูปเยอะไปหมด!!

แค่โถง Lobby ก็วิจิตรอลังการแล้ว

ที่ตั้งของรีสอร์ทนั้นอยู่ในโซนตัวเมืองหัวหิน ไม่ไกลจากเขาตะเกียบและตลาด Cicada ตั้งอยู่ระหว่างซอยหัวหิน 83/1 กับซอยหิวหิน 85 จะไปเที่ยวทานอาหารทะเลแถวเขาตะเกียบก็สบาย หรือจะไปเดินเล่นตลาดฉัตรชัยก็ไม่ไกลครับผม

ห้องพักสไตล์ Neo-Moroccan

พอบอกว่ารีสอร์ทนี้เป็นสไตล์ Neo-Moroccan ดีไซน์ของห้องเลยเปิดกว้างที่จะผสานเอกลักษณ์แบบอาหรับเข้ากับสไตล์ใหม่ๆ ได้เยอะไปหมด เราชอบความกล้าในการออกแบบ และชอบที่เค้าจับมาผสมความเป็นโมร็อกโกได้อย่างลงตัว อาคารที่พักที่ Marrakesh มี 3 โซน แต่ละโซนก็คนละตึก แต่ละตึกตั้งชื่อได้เข้าธีมทะเลทรายมากๆ เช่น

  1. อูฐ หมายถึง ตัวแทนการเดินทาง
  2. กระโจม หมายถึง ที่พักอาศัย
  3. ต้นปาล์ม หมายถึง ปลายทางของโอเอซิส

สำหรับห้องพักนั้นมีทั้งหมด 7 แบบ และมี 2 โทนสี ได้แก่สีแดงและสีน้ำเงิน ตามความเชื่อของชาวอาหรับในเรื่องแสงแดดและท้องทะเล

  1. ห้องจากุซซี่ สวีท
  2. ห้องจากุซซี่ สวีท พูลวิว
  3. ห้องแฟมิลี่ สวีท
  4. ห้องฟาวน์เทน พูล สวีท
  5. ห้องโอเชี่ยน ฟรอนท์ สวีท
  6. ห้องเซลเลสเทียล สวีท (จากุซซี่ในห้องนอน)
  7. ห้องเซลเลสเทียล สวีท (จากุซซี่ริมระเบียง)

ห้องพักของเราคือห้อง “โอเชี่ยนฟรอนท์ สวีท (Ocean Front Suite)” ซึ่งมีระเบียงมองเห็นวิวทะเล 180 องศา ภายในตกแต่งด้วย 3 สีหลัก ได้แก่ สีน้ำเงิน, สีฟ้าและสีขาว ใส่ลูกเล่นซุ้มประตู, โคมไฟแขวน และของตกแต่งสไตล์อาหรับให้ความรู้สึกโปร่ง สงบ สบาย แต่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายโมร็อกโก ในห้องมี Welcome Snacks และผลไม้ตามฤดูกาล

ห้อง Ocean Front Suite มีพื้นที่กว้างถึง 62 ตร.ม. มีจุดเด่น คือ

พื้นที่ห้องกว้าง 62 ตร.ม. มีอ่างจากุซซี่ในห้อง ที่ระเบียงเห็นวิวทะเล

มีโซฟาอยู่ปลายเตียงไว้นอนอ่านหนังสือ

หรือจะนั่งจิบเครื่องดื่ม ทานขนม ชมวิว ก็ชิลล์มาก

วิวระเบียงพาโนรามา มองเห็นได้ 180 องศา

วิวสระว่ายน้ำและวิวทะเล แจ่มมาก

Day Bed สไตล์อาหรับในห้องนอน เอาไว้นั่งชิลล์ก็ดี ไว้เป็นมุมถ่ายรูปก็เก๋

ภายในห้องน้ำทาผนังสีน้ำเงิน มีการแบ่งโซนแห้ง โซนเปียกไว้คนละด้าน

โคมตกแต่งสไตล์อาหรับ ช่วยสร้างบรรยากาศแบบ Moroccan

อ่างจากกุซซี่จะอยู่ริมด้านในของห้อง อ่างกว้างนั่งได้ 2 คนสบายๆ

ในห้องมี Bubble Bath ให้ 3 ก้อน 3 กลิ่น

ที่พักโรงแรมในโมร็อคโก ท่องเที่ยว

เลส เดออคซ์ ทัวร์ (Les Deux Tours)

เลส เดออคซ์ ทัวร์ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลเหมาะเจาะของมาร์ราเกช เป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในการออกสำรวจเมืองอันมีสีสัน ที่พักอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 10.0 km และเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองได้อย่างสะดวก นักท่องเที่ยวที่พักที่นี่จะได้เพลิดเพลินกับการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของเมือง เช่น La Palmeraie, Musee de la Palmeraie, Tanneries

เลส เดออคซ์ ทัวร์ (Les Deux Tours)
เลส เดออคซ์ ทัวร์ (Les Deux Tours)

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวก
ตู้นิรภัย บริการซักแห้ง
พื้นที่สูบบุหรี่ ที่พักปลอดบุหรี่
บริการทำความสะอาดรายวัน ร้านขายของที่ระลึก
นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ บริการรับฝากสัมภาระ
ร้านค้า บริการคอนเซียร์จ
บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา ร้านเสริมสวย
บริการเช็คอิน/เช็คเอาต์แบบไร้การสัมผัส บริการส่งอาหาร
ห้องสมุด บริการซักรีด
แผนกต้อนรับ (24 ชั่วโมง) Wi-Fi ทุกห้อง (ฟรี)
Wi-Fi ในพื้นที่สาธารณะ

เลส เดออคซ์ ทัวร์ (Les Deux Tours)

อาหาร เครื่องดื่ม ของว่าง
บริการส่งของชำ บาร์ริมสระน้ำ
ห้องอาหาร บาร์
รูมเซอร์วิส ห้องอาหารฮาลาล
บริการอาหารเช้า
อเมริกัน ฮาลาล
มังสวิรัติ วีแกน
ปราศจากกลูเตน

เลส เดออคซ์ ทัวร์ (Les Deux Tours)

กิจกรรมผ่อนคลาย
ซาวน่า สนามกอล์ฟ (ในที่พัก)
สวน บริการทัวร์
สปาห้องฟิตเนส บริการนวด
สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องอบไอน้ำ

เลส เดออคซ์ ทัวร์ (Les Deux Tours)

การเข้าที่พัก
โถงทางเดินด้านนอก การเดินทาง
ที่จอดรถ (ในที่พัก) บริการเช่ารถ
บริการรับส่งสนามบินที่จอดรถ (ฟรี) บริการรถรับส่ง

เลส เดออคซ์ ทัวร์ (Les Deux Tours)

เช็คอิน/เช็คเอาต์
เช็คอินได้ตั้งแต่: 14:00
เช็คเอาต์ได้จนถึง: 12:00
การเดินทาง
ระยะห่างจากตัวเมือง: 10.0 km
ระยะเวลาเดินทางสู่สนามบิน (นาที): 20

เลส เดออคซ์ ทัวร์ (Les Deux Tours)

ที่เที่ยวใกล้ที่พัก
– La Palmeraie – 2.9 km
– Musee de la Palmeraie – 3.45 km
– Morocco Planet – Day Tours – 5.95 km
– Bab Debbagh – 6.54 km
– Quartier Des Tanneurs – 6.61 km
– Tanneries – 6.62 km
– โรงพยาบาล Cheikh Daoud El Antaki – 6.67 km
– Cote bougie – 6.72 km
– Artisanat Dar Essalam – 6.72 km
– Place de Foucauld – 6.96 km

บาร์เซโล ปาลเมอแร (Barcelo Palmeraie)

บาร์เซโล ปาลเมอแร มีทำเลที่ตั้งอันเหมาะเจาะในวีล นูเวล และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมในการท่องเที่ยวสำรวจเมคเนส จากที่พัก ท่านสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกง่ายดายไปยังทุกที่ในเมืองที่มีชีวิตชีวานี้ ด้วยโลเคชั่นที่ยอดเยี่ยม ผู้เข้าพักจะเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ของเมืองได้อย่างสะดวกง่ายดาย

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • เช็คอิน/เช็คเอาต์ด่วนพิเศษ
  • บริการซักแห้ง
  • เช็คอิน/เช็คเอาต์ส่วนตัว
  • บริการทำความสะอาดรายวัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ตู้นิรภัย
  • บริการเบิกถอนเงินสด
  • ร้านขายของที่ระลึก
  • นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้
  • บริการรับฝากสัมภาระ
  • ร้านค้า
  • บริการคอนเซียร์จ
  • บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
  • ร้านเสริมสวย
  • บริการซักรีด
  • แผนกต้อนรับ (24 ชั่วโมง)

บริการทุกห้อง

  • ของใช้ในห้องน้ำ
  • ตู้เซฟในห้องพัก
  • เครื่องชงกาแฟ/ชา
  • ตู้เสื้อผ้า
  • มินิบาร์
  • เครื่องตรวจจับควัน
  • โต๊ะทำงาน
  • ระเบียง/ชานเรือน
  • เครื่องปรับอากาศ
  • โทรทัศน์ดาวเทียม/เคเบิล
  • ฮีตเตอร์
  • ไดร์เป่าผม
  • โทรศัพท์
  • Wi-Fi ทุกห้อง (ฟรี)
  • Wi-Fi ในพื้นที่สาธารณะ

การเดินทาง
ที่จอดรถ (ฟรี) บริการแท็กซี่
บริการรับส่งสนามบิน บริการเช่ารถ
บริการรถรับส่ง

อาหาร เครื่องดื่ม ของว่าง
คอฟฟี่ช็อป บาร์ริมสระน้ำ
ห้องอาหาร บาร์
รูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง อุปกรณ์ทำบาร์บีคิว
บริการอาหารเช้า
อเมริกัน คอนติเนนทัล
ฮาลาล อังกฤษ/ไอริช

เช็คอิน/เช็คเอาต์
เช็คอินได้ตั้งแต่: 14:00
เช็คเอาต์ได้จนถึง: 12:00

ที่เที่ยวใกล้ที่พัก

  • โรงพยาบาล Cheikh Daoud El Antaki – 1.18 km
  • Cote bougie – 1.23 km
  • Bab Debbagh – 1.32 km
  • Quartier Des Tanneurs – 1.35 km
  • Tanneries – 1.36 km
  • Artisanat Dar Essalam – 1.4 km
  • พิพัณฑ์ภาพถ่ายแห่งมาราเกช – 1.65 km
  • ฟาร์นาชิส – 1.69 km
  • Morocco Planet – Day Tours – 1.69 km
  • Herboriste Des Amis – 1.71 km

Sofitel Marrakech Lounge & Spa

โซฟิเทล มาร์ราเคช เลานจ์ แอนด์ สปา โฮเต็ล เป็นสถานที่พักอันลงตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการดื่มด่ำกับสีสันของมาร์ราเกชอย่างเต็มที่ จากที่พัก ท่านสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกง่ายดายไปยังทุกที่ในเมืองที่มีชีวิตชีวานี้ หากต้องการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ท่านจะไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล เพราะที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้Cyber Park Arsat Moulay Abdeslam, ไซเบอร์พาร์ค, Ibn Zohr Hospital

Sofitel Marrakech Lounge & Spa

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • เช็คอิน/เช็คเอาต์ด่วนพิเศษ
  • บริการซักแห้ง
  • พื้นที่สูบบุหรี่เช็คอิน/เช็คเอาต์ส่วนตัว
  • บริการทำความสะอาดรายวัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ตู้นิรภัย
  • บริการเบิกถอนเงินสด
  • ร้านขายของที่ระลึก
  • นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้
  • บริการรับฝากสัมภาระ
  • ร้านค้า
  • บริการคอนเซียร์จ
  • บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
  • ร้านเสริมสวย
  • บริการซักรีดแผนกต้อนรับ (24 ชั่วโมง)
  • ห้องสมุด
Sofitel Marrakech Lounge & Spa
Sofitel Marrakech Lounge & Spa

บริการอินเทอร์เน็ต

  • Wi-Fi ทุกห้อง (ฟรี)
  • Wi-Fi ในพื้นที่สาธารณะ

บริการทุกห้อง

  • เครื่องปรับอากาศ
  • ไดร์เป่าผม
  • อินเทอร์เน็ตไร้สาย
Sofitel Marrakech Lounge & Spa

บริการอาหารเช้า
คอนติเนนทัล
ห้องอาหารของที่พัก
Le Jardin
ประเภทอาหาร:ฝรั่งเศส
เมนู:สั่งจากเมนู

Sofitel Marrakech Lounge & Spa

ที่เที่ยวใกล้ที่พัก

  • Lawrence Bar – 100 m
  • Casino de Marrakech – 240 m
  • เลอเตอาร์ทโท – 280 m
  • เลอคอมทัวร์ – 340 m
  • Grand Casino La Mamounia – 490 m
  • ลาคาซ่า – 500 m
  • สวนไซเบอร์อาร์ซัต มูไลย์ อับเดสลาม – 690 m
  • ไซเบอร์พาร์ค – 720 m
  • โรงพยาบาล Ibn Zohr – 740 m
  • มัสยิดคูตูเบียร์ – 850 m
Sofitel Marrakech Lounge & Spa

เช็คอิน/เช็คเอาต์
เช็คอินได้ตั้งแต่: 15:00
เช็คเอาต์ได้จนถึง: 12:00
ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม
ค่าอาหารเช้า (เมื่อไม่รวมอยู่ในราคาห้องพัก): 253 MAD

Kech Boutique Hotel & Spa, มาร์ราเกช

Kech Boutique Hotel & Spa, มาร์ราเกช โรงแรมนี้ไม่รับเช็คอินหลังเวลาทำการ พนักงานต้อนรับจะรอต้อนรับผู้เข้าพักเมื่อมาถึง มีบริการรับส่งสนามบิน 24 ชั่วโมง ติดต่อโรงแรมล่วงหน้าเพื่อรับรายละเอียด อาจมีค่าธรรมเนียม กรุณาติดต่อที่พักล่วงหน้าเพื่อนัดหมายบริการ เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) เข้าพักฟรี 1 คน โดยเข้าพักในห้องเดียวกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแลและใช้เตียงนอนที่มีในห้องพัก

Kech Boutique Hotel & Spa, มาร์ราเกช

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • ห้องพัก 72 ห้อง
  • ทุกวัน
  • 2 ห้องอาหารและ บาร์/เลานจ์
  • บริการสปาครบวงจร
  • สระว่ายน้ำกลางแจ้ง
  • ฟิตเนสที่เปิด 24 ชั่วโมง
  • รถรับส่งสนามบิน
  • ลานระเบียง
  • ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง
  • ชา/กาแฟในส่วนกลาง
  • เครื่องปรับอากาศ
  • ห้องสมุด
  • ฟรีอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์, Wi-Fi และที่จอดรถ
  • สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก
  • เตียงพับ/เตียงเสริม (คิดค่าบริการ)
  • โซฟาเบด
  • ห้องน้ำส่วนตัว
  • ของใช้ในห้องน้ำฟรี
  • ลานระเบียง
Kech Boutique Hotel & Spa, มาร์ราเกช

สิ่งที่ต้องนำไปเช็คอิน

  • ต้องมัดจำด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือเงินสด
  • อาจต้องมีบัตรประจำตัวติดรูปถ่ายที่ออกโดยหน่วยงานราชการ
  • อายุขั้นต่ำที่สามารถเช็คอินได้คือ 18 ปี
  • กฎหมายของท้องถิ่นอาจห้ามคู่รักที่ยังไม่ได้สมรสกันเข้าพักในห้องเดียวกัน

เช็คอิน/เช็คเอาท์

  • เวลาเช็คอิน 14:00 น.-เที่ยงคืน
  • เช็คเอาท์เวลา เที่ยง
Kech Boutique Hotel & Spa, มาร์ราเกช

การเดินทาง

  • มาร์ราเกช (RAK-สนามบิน Menara) – ขับรถ 9 นาที
  • สถานีรถไฟกลาง Marrakech – ขับรถ 10 นาที
  • รถรับส่งสนามบิน (คิดค่าบริการ)

ที่จอดรถ

  • ที่จอดรถระยะยาว ฟรี (จำกัด)
  • ที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียงฟรี
Kech Boutique Hotel & Spa, มาร์ราเกช

บริเวณรอบๆ โรงแรม

  • ตั้งอยู่ในAgdal
  • สวน Agdal – เดิน 14 นาที
  • สุสาน Saadian – เดิน 41 นาที
  • พระราชวัง El Badi – 4 กม.
  • มัสยิดคูตูเบียร์ – 4.1 กม.
  • ตลาด Jemaa el-Fnaa – 4.2 กม.
  • พิพิธภัณฑ์ Dar Si Said – 4.5 กม.
  • พระราชวังบาเอีย – 4.6 กม.
  • สวน Menara – 5 กม.
  • พิพิธภัณฑ์ Marrakesh – 7.4 กม.

2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa

โรงแรมโรแมนติกที่ใช่ในมาร์ราคิชไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ยินดีต้อนรับสู่ 2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวเช่นคุณ

2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa

2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa ตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของมาร์ราคิชหลายแห่ง เช่น สุเหร่ากูตูเบีย (0.4 กม.) และ Marrakech Train Station (0.8 กม.) ทำให้ที่พักแห่งนี้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักท่องเที่ยว

ห้องพักที่ 2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa มีทีวีจอแบน เครื่องปรับอากาศ และมินิบาร์และแขกจะไม่พลาดการเชื่อมต่อด้วยบริการ Wifi ฟรี

2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa

นอกจากนี้ แขกซึ่งเข้าพักที่ 2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa จะได้รับประโยชน์จากเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า และรูมเซอร์วิสคุณสามารถใช้บริการสระว่ายน้ำ และอาหารเช้าฟรีได้ขณะเข้าพักที่ 2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa หากคุณต้องการที่จอดรถ 2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa มีที่จอดรถฟรีพร้อมให้บริการ

นักท่องเที่ยวที่อยากทานกุ้งสามารถมุ่งไปที่ Le Grand Cafe De La Poste, L’Annexe หรือ Cafe Mama Afrika ได้เลย หรือหากคุณต้องการลองอาหารซีฟู้ดลองไปที่ Chez Mado, Da Rossana หรือ Snack Grand Atlas

หากคุณกำลังมองหากิจกรรมน่าสนใจ ลองดู Jardin Majorelle (1.5 กม.), เจมาอา เอล ฟนา (1.8 กม.) หรือ Le Jardin Secret (1.8 กม.) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และสามารถเดินไปชมได้

2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa

สิ่งอำนวยความสะดวกของสถานที่ให้บริการ

  • ที่จอดรถฟรี
  • อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (WiFi) ฟรี
  • สระว่ายน้ำ
  • อาหารเช้าฟรี
  • บริการรถรับ-ส่งสนามบิน
  • ศูนย์บริการธุรกิจพร้อมบริการอินเทอร์เน็ต
2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก

  • เครื่องปรับอากาศ
  • ระเบียงส่วนตัว
  • บริการรูมเซอร์วิส
  • ปลอดภัย
  • มินิบาร์
  • ทีวีจอแบน
2Ciels Luxury Boutique Hotel & Spa

ประเภทห้องพัก

  • ห้องพักปลอดบุหรี่
  • ห้องสวีท
  • ห้องสำหรับครอบครัว

แนะนำโรงแรม Riad damia โรงแรมคุณภาพดีที่ต้องเข้าพัก

ด้วยความที่ประเทศโมร็อกโกเองมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย มีเมืองที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวไม่น้อยนั่นทำให้เหล่าบรรดาที่พักหรือโรงแรมคุณภาพดีก็จะตั้งอยู่กระจัดกระจายตามย่านที่พักต่างๆ ในโมร็อกโก เมืองเฟสซึ่งถือเป็นเมืองที่มีความน่าสนใจมากๆ เมืองหนึ่งในโมร็อกโกมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างก็หลั่งไหลมาท่องเที่ยวยังเมืองแห่งนี้มากมายในแต่ละปีจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมืองแห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของโรงแรมคุณภาพดีที่พร้อมให้บริการผู้เข้าพักทุกท่านอย่างเต็มความสามารถ หนึ่งในโรงแรมที่น่าสนใจและได้รับการยกย่องอย่างมากก็คือ Riad damia

แนะนำโรงแรม Riad damia โรงแรมคุณภาพดีที่ต้องเข้าพัก

Hotel Recommendations Riad damia

สำหรับโรงแรม Riad damia แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณกำแพงเมืองเมดิน่าเก่า ในเมืองเฟส สามารถเดินทางไปถึงได้ด้วยรถยนต์ เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว เป็นลักษณะของบ้านพักตากอากาศที่ได้รับการตกแต่งสุดแสนประณีตเป็นการผสมผสานความลงตัวของสถาปัตยกรรม Andalouse ให้เข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในโรงแรมที่แสนทันสมัย ภายในห้องพักแต่ละห้องของ Riad damia จะถูกตกแต่งเอาไว้อย่างหรูหราแบบฉบับของโมร็อกโกไม่ว่าจะเป็นพรม ผ้าม่าน เตียงนอน และอื่นๆ อีกมากมายทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทางโรงแรมได้มีการจัดเตรียมความพร้อมไว้ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งหลายเป็นอย่างดี ด้านสีสันตัวโรงแรมก็จะออกเป็นสีทึมๆ ให้ความรู้สึกดูมีมนต์ขลังกับการได้มาเยี่ยมเยียนประเทศแห่งนี้อย่างมาก ภายในโรงแรมแห่งนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายให้นักท่อเที่ยวได้สัมผัสกับความสะดวกสบายขั้นสุดถือว่าเป็นโรงแรมคุณภาพชั้นดีของเมืองเฟสที่ใครกำลังมองหาอยู่ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง รูปแบบห้องของ Riad damia ก็จะมีให้เลือกหลากหลายสามารถเลือกใช้บริการได้ตามอัธยาศัยได้เลย นับว่าเป็นโรงแรมที่นักท่องเที่ยวผู้ได้มีโอกาสเข้าพักทุกคนต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าน่าอยู่ น่าพักอาศัยสุดๆ พนักงานให้บริการมีความสุภาพ เป็นกันเอง พร้อมที่จะให้คำปรึกษาในทุกๆ เรื่อง นอกจากนี้บริเวณรอบโรงแรมยังอยู่ใกล้ย่านของตลาด ร้านอาหารต่างๆ คาเฟ่ บาร์ และอีกสารพัดร้านที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าพักอย่างเต็มที่

หากใครที่กำลังมองหาที่พักในเมืองเฟสสักแห่งหนึ่งแล้วยังไม่รู้ว่าจะสามารถเข้าพักที่ไหนดี Riad damia ถือเป็นโรงแรมแนะนำอีกโรงแรมหนึ่งที่รับรองได้เลยว่าจะทำให้ประสบการณ์การเข้าพักของทุกท่านประทับใจแน่นอน เป็นโรงแรมที่เพียบพร้อมในทุกด้านด้วยราคาที่เหมาะสมนั่นจึงทำให้โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมที่นักท่องเที่ยวหลายคนยกให้เป็นเป้าหมายความต้องการของการมาเที่ยว คุ้มค่าเงินที่จ่ายไปและได้รับสิ่งดีๆ กลับคืนมาอย่างเหมาะสม

มาราเกซ ภาษาแห่งอาราเบียน

องค์ประกอบหลักๆ ของการเนรมิตสถาปัตยกรรมชวนฝัน ‘โมรอคโค’ และวิธีลดทอนรายละเอียดเพราะข้อจำกัดฝีมือช่าง

เอกลักษณ์ทางศิลปะและการออกแบบของแต่ละประเทศเต็มไปด้วยเสน่ห์ของเรื่องราวที่หลอมรวมขึ้นจากประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของผู้คน ศิลปะและการออกแบบของแต่ละประเทศจึงสร้างความรู้สึกและความประทับใจที่แตกต่างกัน การนำเสน่ห์แห่งการออกแบบของแต่ละประเทศมาใช้ไม่ใช่เพียงการถอดแบบรูปทรงและสีเท่านั้น ศิลปะการออกแบบจากดินแดนชวนฝันอย่าง โมรอคโค ก็สามารถเป็นหนึ่งเดียวกับเสน่ห์ของเมืองท่องเที่ยวชายทะเลอย่าง หัวหิน ได้ด้วยการผสมผสานอย่างกลมกลืน 

{#มาราเกซ02.jpg}
{#มาราเกซ03.jpg}

“ถามถึงหัวหินมองแบบทั่วๆ ไป ผมเรียกว่าเป็นสถานพักผ่อนที่มีที่มาที่ไปจากหมู่บ้านประมงในสมัยก่อน แต่ถ้ามองระดับสูงขึ้นไปอีกคือมองในเชิงที่เป็นที่พักผ่อนของราชนิกูลชั้นสูง ซึ่งสะท้อนมาถึงอาคารที่มีรูปแบบที่เป็นโคโลเนียลหน่อย หรือว่าเรือนไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เพราะฉะนั้นมันมีคาแรกเตอร์บางอย่างซึ่งสามารถจะบอกได้ว่านี่คือความเป็นหัวหิน แต่อีกอันหนึ่งคือความรู้สึกที่รู้สึกว่าไปแล้วมันสบายๆ ผ่อนคลาย เป็นความรู้สึกแบบนามธรรมหน่อย ไม่ได้เป็นคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนมาก” คุณ พงษ์เทพ สกุลคู จาก August Design Consultant Co.,Ltd. สถาปนิกตกแต่งภายใน มาราเกซ หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh Hua-Hin Resort & Spa) รีสอร์ทสไตล์ ‘นีโอ โมร็อคแคน’ (Neo Moroccan) ริมชายหาดหัวหิน พูดถึงหัวหินในความรู้สึก



           ด้านสถาปนิกจาก Palmer & Turner (Thailand) Ltd. (พาล์เมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ฯ) บอกว่า
           “พูดถึงหัวหินจะนึกถึงเมืองตากอากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถือได้ว่าเป็นเมืองตากอากาศที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นเป็นสถานที่พักผ่อนติดทะเลที่ติดอันดับความนิยมของประเทศ บรรยากาศของหัวหินจะแตกต่างไปจากเมืองตากอากาศอื่นๆ เช่น พัทยา หรือภูเก็ต เรามองว่ามันมีเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป ให้ความรู้สึกผสมผสานระหว่างความเป็นบ้านและเมืองที่มีวัฒนธรรม จะเลือกนอนพักสงบๆ ริมหาดก็ได้ หรือจะหาที่กินที่ซื้อของก็มีครบ

{#มาราเกซ04.jpg}
{#มาราเกซ05.jpg}

สถาปัตยกรรมของหัวหินก็ค่อนข้างโดดเด่น เนื่องจากสมัยก่อนเป็นที่ตากอากาศของชนชั้นสูงหรือเจ้านายต่างๆ ซึ่งแต่ละคนก็สร้างบ้านพักตากอากาศของตัวเอง อาคารก็ออกแนวครึ่งปูนครึ่งไม้ มีใช้เครื่องไม้ประดับตามแบบที่นิยมของเจ้านายสมัยนั้น จนมาถึงปัจจุบันก็มีการปรับเปลี่ยนไปเป็นโรงแรมที่พักหรือร้านอาหารบ้างแต่เขาไม่ได้ทุบทิ้งแล้วทำใหม่ เขาเอาของเดิมมาปรับปรุงยังคงเก็บลักษณะโดยรวมของอาคารไว้ ซึ่งจุดนี้ทำให้เกิดการผสมผสานกันระหว่างของเก่ากับของใหม่ ทำให้เมืองมีเสน่ห์ในตัวของมันเอง มี Culture ทางงานสถาปัตยกรรมที่ชัดเจน”


           ส่วนเอกลักษณ์และเสน่ห์ในการออกแบบของโมรอคโค คุณพงษ์เทพ บอกว่า
           “ถ้าเราพูดถึง Moroccan Style ใน Morocco จะค่อนข้างมีคาแรกเตอร์ที่เด่นๆ อยู่สองสามอย่าง อย่างแรกเป็นงานแบบที่เรียกว่าเป็นงานอาราบิค สไตล์ เป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีพื้นฐานมาจากอาหรับ สองคือ ความเป็นเมดิเตอร์เรเนียน ในแถบที่ตั้งซึ่งอยู่ทางทวีปแอฟริกา และมีคาแรกเตอร์ซึ่งมาจากของท้องถิ่น เช่น กระเบื้องสี ลวดลาย โครงสี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีออกทรายๆ  สีชมพูอมส้ม
           ..สถาปัตยกรรมของโมรอคโคจริงๆ แล้วมันมีสเน่ห์ ถ้าเป็น Arabian Architecture จริงๆ มันให้ความรู้สึกอลังการ มีรายละเอียดที่เฉพาะตัวมากๆ อีกส่วนหนึ่งที่ผมชอบคือ บรรยากาศของห้องในอาคารแบบนี้มันไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมทื่อๆ หรือไม่ได้เป็นอะไรที่ปกติ จะมีรายละเอียดบางอย่างซึ่งมันคอนโทรลอยู่ รายละเอียดพวกนี้ทำให้งานสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคมีเสน่ห์ บวกกับบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน มีสวนเมืองร้อน มีน้ำ มีอะไรเข้ามา ให้บรรยากาศของความรู้สึกผ่อนคลาย.. อีกอย่างคือบรรยากาศของแสงที่ผ่านช่อง ผ่านซุ้ม ผ่านโคมไฟ เวลาแสงผ่านออกมาแล้วเกิดเงาบนผนัง พวกนี้คือสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบ Moroccan ซึ่งเราพยายามจะหยิบมาใช้”
           ในเชิงสถาปัตยกรรม สถาปนิกจากพาล์เมอร์ฯ บอกว่า
           “งานสถาปัตยกรรมของโมรอคโค ก็มี Culture ที่ชัดเจนในตัวของมันเองเช่นกัน มีองค์ประกอบทางงานสถาปัตยกรรมที่เอามาเล่นได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นซุ้มโค้ง การเล่นระดับที่ผนังทึบ ลายฉลุ หรือการเล่นลวดลายเส้นสายของกระเบื้องประดับ รวมถึงสีสันที่สดใสมีชีวิตชีวา”

{#มาราเกซ06.jpg}

การผสมผสานเสน่ห์ของหัวหินและโมรอคโคเข้าด้วยกัน คุณพงษ์เทพ บอกว่า
           “เรานำคาแรกเตอร์หลักๆ มาใช้.. ไม่ได้เป็น Real Moroccan เป็น Moroccan ที่เรียกว่า Contemporary Moroccan  เพราะฉะนั้นความรู้สึกที่เราจะทำโครงการของมาราเกซ เราคิดว่าอยากให้มีกลิ่นอายของ Moroccan ผสมอยู่ในงาน แต่บรรยากาศรวมๆ อยากให้มันสบายๆ จับสองอันนี้มาผสมกัน โดยที่มี Touch ของ Moroccan นี้อยู่ทั่วๆไปในแต่ละพื้นที่ ซึ่งไม่เท่ากัน แต่ภาพรวมก็เป็นความร่วมสมัยของการออกแบบ ไม่ได้เป็น Real Moroccan”
           “มันคือโมรอคโคในรูปแบบใหม่ คือเราไม่ได้เอาสไตล์ของโมรอคโคมาใช้ทั้งหมด เราดึงเอาจุดเด่นๆ มา เช่นพวกซุ้มประตู ลวดลายของกระเบื้อง การใช้สีสัน ลายฉลุ แล้วนำมาปรับใช้ในบางจุดเพื่อสร้างจุดเด่น แต่ส่วนใหญ่แล้ว Background ก็จะดูเรียบง่ายแต่ก็ยังมีกลิ่นอายของโมรอคโคอยู่.. ” สถาปนิกจากพาล์เมอร์ฯ กล่าวเสริม
           คุณพงษ์เทพ ยกตัวอย่างการออกแบบห้องพักของมาราเกซ ให้ฟังว่า
           “ห้องพักเราไม่ได้ใช้แบบ Real Moroccan จริงๆ เราแค่หยิบมา เช่น รูปทรงโค้ง และบรรยากาศโดยเฉพาะห้องส่วนที่เปิดประตูเข้าไปเราอยากให้มันดูลึกลับ มืดๆ นิดหนึ่ง ซึ่งจะแตกต่างจากโรงแรมทั่วๆ ไป ปกติโรงแรมทั่วไป ที่นี่เราตั้งใจที่จะให้มันดูขรึม ขลัง และดูมีบรรยากาศที่ลึกลับนิดหนึ่ง เราเลยคุมให้สีมันมืดๆ ด้วยการใช้กระเบื้องโมเสกมากรุ แต่โมเสกที่ว่าไม่ได้เป็นโมเสกที่มาจากโมรอคโคเป็นโมเสกสมัยใหม่ เราดึงโครงสีของโมรอคโคมาใช้เท่านั้นเอง แล้วเอาโคมที่เป็น Real Morocco มาผสม.. แต่พอผ่านจากพื้นที่ที่เป็นห้องน้ำเข้ามาถึงห้องนอน ผมอยากให้มัน Contrast ซึ่งมันได้ความรู้สึกแบบสบายๆ กันเอง อยากให้มันสว่างก็กลายเป็น Contemporary กลายเป็นห้องขาวๆ สบายๆ ซึ่งจะไม่เหมือนโรงแรมที่เป็นสไตล์โมรอคโคจริงๆ “
           สถาปัตยกรรมของมาราเกซอยู่ในโทนสี ชมพูอมส้ม สถาปนิกจากพาล์เมอร์ฯ ให้เหตุผลว่า
           “เนื่องจากแนวคิดของโครงการมาจากเมืองมาราเกซ ซึ่งถ้าพูดถึงเมืองนี้ใครๆ ก็จะนึกถึง Pink City หรือเมืองสีชมพู เพราะทั้งเมืองอาคารจะออกเป็นสีชมพูส้มๆ ไปทั้งเมือง เราเลยเอาจุดนี้มาใช้โดยสีหลักที่ใช้สำหรับอาคารคือ สีชมพูอมส้ม แล้วมีการตัดด้วยลวดลายและสีอื่นๆ เป็นบางส่วน” 

ส่วนของห้องพักของมาราเกซมี 2 โทนสีที่ถูกนำมาใช้ในการออกแบบ คือ ‘สีส้ม’ และ ‘สีน้ำเงิน’ คุณพงษ์เทพ อธิบายว่า
           “ถ้าพูดในเชิงนามธรรมคือเป็นกลางวันกับกลางคืน ในโลกอาหรับมีความเชื่อเรื่องกลางวันกลางคืน เราก็หยิบน้ำเงินเป็นตัวแทนของภาคกลางคืน สีโทนส้มเป็นโทนกลางวัน มีภาคกลางวันกลางคืนในเชิงอาหรับ ในเชิง Moroccan เองสีพวกนี้เป็นสีที่เราเห็นได้ทั่วไปในประเทศโมรอคโคซึ่งมันมาจากสีดิน สีน้ำเงินก็เป็นสีของกระเบื้อง เป็นสีที่คาแรกเตอร์ชัดเจนที่สุดเราเลยหยิบเอามาใช้”
           ลวดลายที่นำมาใช้ในโครงการนี้เป็นลวดลายที่ถูกตัดทอนลงเพื่อความเหมาะสมในการใช้งาน
           “เราตัดทอนลงไปทำให้มันทำงานง่ายขึ้น เพราะถ้าเราทำแบบโมรอคโคจริงๆ ช่างเราทำไม่ได้ เราแทบจะต้องยกเอาทั้งแผงมาเลย แต่ความที่เราทำในประเทศเราและไม่ได้ต้องการทำแบบนั้นอยู่แล้วเราก็เลยแค่เอากลิ่นอายนิดเดียวมาทำให้มันง่ายขึ้น”
           เสน่ห์ของโมรอคโคที่ถูกนำมาใช้ในการออกแบบยังรวมถึง ‘บรรยากาศ’ ด้วย
           “ซุ้มทางเข้าล็อบบี้ของโครงการจะเป็นซุ้มขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะเข้าไปในสถานที่สำคัญสมัยโบราณ ซึ่งลักษณะของซุ้มแบบนี้เราจะมีการใช้ในส่วนของ Public area ของโครงการ เพียงแต่มีการย่อขนาดลงให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่” สถาปนิกจากพาล์เมอร์ฯ บอก
           คุณพงษ์เทพ อธิบายว่า “สถาปัตยกรรมในประเทศแถบนั้นส่วนใหญ่ความที่มันเป็นเขตร้อน เมดิเตอร์เรเนียน ก็จะมีเสียงน้ำ มีน้ำพุ เรียกว่าเป็นคาแรกเตอร์หลักของงาน เราก็หยิบเอาบรรยากาศอันนั้นจำลองเข้ามาในพื้นที่ที่เรามีอยู่เพื่อสร้างอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ โดยที่ตัดทอนบรรยากาศตัดทอนรายละเอียดลงมาเพื่อให้มันเหมาะสมแล้วยกมาลงในพื้นที่นั้น ตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงน้ำพุ ผ่านเข้าไปตรง Main Bar ที่เป็น Check in Reception ต้องยอมรับว่าโครงการนี้มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่นิดหนึ่ง มันไม่ได้มีล็อบบี้ใหญ่โตอะไรแต่ก็ให้ความรู้สึกที่แปลกออกไปดี คือค่อนข้างเป็นกันเอง ดูสบายๆ ไม่เหมือนล็อบบี้โรงแรมอื่นที่ใหญ่โตมโหฬาร เราก็พยายามทดแทนด้วยฝ้าที่มันสูงหน่อย
           ..ผมคิดว่าเป็นบรรยากาศในเชิงนามธรรมมากกว่าที่จะเป็นเชิงการตกแต่ง คงเป็นความรู้สึกสบายๆ โครงสีบางส่วนที่สะอาดๆ หน่อย รูปแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ผสมผสาน ไม่ได้เป็นท้องถิ่นมากแล้วก็ไม่โมเดิร์นเกินไป”
           พื้นที่ซึ่งมีการออกแบบที่แตกต่างออกไปคือ สปา
           “สปาเราอยากให้มันร่วมสมัยขึ้น ให้ดูเป็น Modern Spa หน่อย ไม่ได้เป็น Moroccan จ๋ามาก มีสัมผัสนิดๆ เท่านั้นเอง แต่เราก็ยังต้องการคอนโทรลบรรยากาศให้มันดูลึกลับหน่อย จะเห็นว่าเป็นซอกทางเดินคือเข้าไปแล้วไม่ได้เห็นหมดเลยทีเดียวสว่างไสว จะค่อยๆ ค้นหาไป และบรรยากาศของแสงสว่างเราก็อยากให้มันไม่สว่างเกินไป ลึกลับนิดๆ ซึ่งจริงๆ ที่โมรอคโคก็เป็นอย่างนั้น.. เราอยากให้มี Gimmick ให้คนเข้ามาแล้วจำได้ว่าเป็นสปาที่นี่ไม่มีทางเป็นสปาที่อื่นไปได้ ก็มีลูกเล่นนิดๆ หน่อยๆ มีช่องใส่ไฟ เพื่อให้เป็น  Unique Point ของ Space นั้นๆ ” 
 การออกแบบพื้นที่ใช้สอยเป็นไปเพื่อตอบสนองการพักผ่อนอย่างเต็มที่
           “..พื้นฐานจะเหมือนๆ กัน ต่างกันตรงโครงสีและวิธีการวางเตียงเท่านั้นเอง จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่โรงแรมระดับดีควรจะมี คือมีอ่างอาบน้ำที่ Over Size มี Separated Shower มีส่วนพักผ่อนทั้งด้านในด้านนอก มีตู้เสื้อผ้าที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับโรงแรมโดยทั่วไป อ่างล้างหน้าก็มีขนาดใหญ่พอสมควร สิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าโรงแรมปกติ เราให้แม้กระทั่ง Dressing Area ด้วยซ้ำไป.. ห้องมุมจะได้ระเบียงเพิ่มขึ้นมา มี Bay Window ซึ่งชมทิวทัศน์ได้สองด้านเป็นจุดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากห้องธรรมดา.. ห้องด้านหน้าหันหน้าออกทะเล มีห้อง Duplex อยู่ชั้นบนมี Private Terrace ข้างบน..” คุณพงษ์เทพ บอก
            “ในส่วนของห้องพัก ระเบียงจะค่อนข้างกว้าง สามารถนั่งเล่นนอนเล่นได้อย่างสบาย เราออกแบบให้ประตูเลื่อนที่ออกสู่ระเบียง มีขนาดใหญ่ เปิดมุมมองออกสู่ภายนอกได้โล่งขึ้น” สถาปนิกจากพาล์เมอร์ฯ กล่าว
           การทำงานร่วมกันระหว่าง สถาปนิก สถาปนิกตกแต่งภายใน และภูมิสถาปัตย์ คุณพงษ์เทพ บอกว่า
           “เราพยายามจะให้แรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน ตอนแรกอาคารก็ออกมาคล้ายๆ คอนโดมิเนียม (มาราเกซ หัวหิน เรสซิเดนท์ : Marrakesh Hua Hin Residences) แล้วก็ค่อยๆ เกลา.. ภาษาของสถาปัตยกรรม ภาษาของอาคารก็เหมือนกัน ก็พยายามตัดทอนและพยายามเก็บคาแรกเตอร์บางอย่างมาใช้ เราต้องพยายามสื่อสารกัน.. เพื่อที่จะให้มันได้อย่างที่เราอยากจะได้ ทำงานร่วมกันจริงๆ ก็ต้องทำงานใกล้ชิดกันตั้งแต่ต้น”
           “เรื่องของงานภูมิสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดยบริษัท Green Architects Co.,Ltd ต้องยอมรับเลยว่าช่วยส่งเสริมตัวอาคารและบรรยากาศโดยรวมของโครงการให้ดูโดดเด่นและน่าประทับใจได้มากจริงๆ ” สถาปนิกจากพาล์เมอร์ฯ บอก
           การจะนำรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและการออกแบบของประเทศหนึ่งมาใช้ในอีกประเทศหนึ่งได้อย่างเหมาะสมและกลมกลืน คุณพงษ์เทพ บอกว่า
           “มันเป็นเทคนิคเฉพาะตัว.. แล้วแต่การตีความของแต่ละคน บางคนอาจจะชอบในเชิงของตกแต่งก็เอาของตกแต่งมาใส่เลย บางคนชอบอาคารชอบสถาปัตยกรรมก็พยายามจะทำอย่างนั้น แต่ความที่เราทำงานเรื่องนี้โดยตรงเรารู้ว่าข้อจำกัดของเราคืออะไร ไปได้แค่ไหน งานช่างไปได้แค่ไหน ทำอะไรได้แค่ไหน เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะวิเคราะห์ก่อนล่วงหน้าว่า เราจะหยิบมาใช้แค่ไหนพอ เรารู้ขีดความสามารถของช่าง ของงบประมาณของอะไรก็แล้วแต่ เราเลือกที่จะไปทิศทางแบบนี้ ซึ่งมันจะไนในช่องที่ไม่เหมือนใคร เป็นทิศทางเฉพาะตัวซึ่งผมว่ามันก็เป็นทางเลือก คือมีคนชอบสไตล์นี้เยอะนะในบ้านเรา แต่ชอบแบบจริงจังไหม หรือว่าเอาแค่กลิ่นอาย บางคนอาจจะชอบบรรยากาศจริงๆ เลย แต่พอไปเห็นบางที่แล้วก็ผิดหวังเพราะว่ามันไม่ใช่อะไรแบบนี้ แต่บางคนก็ชอบสไตล์แต่พอไปอยู่จริงๆ แล้วก็ไม่ค่อยสบาย เพราะฉะนั้นผมพยายามจะประมวลเรื่องพวกนี้แล้วเอามาผสมผสานทำมันออกมาในภาษาใหม่ นี่เป็นสิ่งที่ผมพยายามจะทำ”
           ด้วยความสามารถของบรรดานักออกแบบ ความงดงามจึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งอีกต่อไป แต่สามารถส่งต่

Marrakesh Huahin รีสอร์ทหวานๆ สไตล์ Moroccan

ในบางครั้งเราก็ต้องหาสถานที่ดีต่อใจ และดีต่อเราสองคน เพื่อเติมเต็มความสัมพันธ์ในและกัน มาหวาน มาชิวในสถานที่ชิคเก๋ ด้วยการตกแต่งของ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa แบบ morocco สุดๆ ตั้งแต่ตึกอาคารห้องพัก ไปจนถึงอาหารและขนมในแต่ละมื้อ

ทำให้เราเอง “ชอบ” อะไรหลายๆอย่างที่นี่…
ชอบ… การตั้งชื่อตึกอาคาร ตั้งแต่อูฐ เป็นตัวแทนการเดินทาง ,กระโจม สื่อถึงการนอนพักผ่อน และ ปาล์ม เหมือนจุดหมายปลายทางของโอเอซิส
ชอบ… ห้องพัก สวยมาก จนเราถ่ายรูปโปรไฟล์ใหม่ในห้องน้ำได้เลย
ชอบ… อ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ ที่มีให้ในห้องทุกห้อง
ชอบ… การตกแต่งสถานที่ ที่เป็นโทนสีแดง ให้ถ่ายรูปหวานๆกับคนรักได้เยอะมาก
ชอบ… การลองทานอาหารแบบ morocco เป็นครั้งแรก เป็น concept ให้นึกถึงเมืองเค้า โดยที่เรายังทานได้ 55 ห้ามพลาดข้าวคูสคูสนะคะ (เครื่องเทศจะไม่หนักเท่าของ morocco จริงๆ)

ว่าแล้ว เรามาดูภาพบรรยากาศในโรงแรมกันเลยดีกว่า  มามะ ตั้งแต่แรกก่อนจะเช็คอินเข้าโรงแรม บริเวณล็อบบี้ก็จัดตกแต่งด้วยโทนสีแดง ให้สมกับการเป็นเมืองจำลองเมืองสีแดง “Marrakesh City of Red” เมืองหนึ่งของ morocco กัน

มาถึงบริเวญทางเดินเข้าไปแต่ละอาคาร ก็จะเจอน้ำพุ ขอโพสท่าอินกับอารยธรรมโมร็อกโกนิดนึงนะ

ก่อนเราจะเข้าไปดูห้องพัก ท้องเราก็เริ่มร้องเจี๊ยกๆ เอ้ย จ๊อกๆ งั้นเราขอลุยมื้อกลางวันก่อนนะคะ

มื้อนี้เราจัดหลายอย่างเลย  ตั้งแต่ Moroccan Tagine อกไก่และเนื้อแกะตุ๋นเครื่องเทศสไตล์โมร็อคแคนเสิร์ฟบนชามลายน้ำเงิน // ราดหน้าหอยเชลล์ // เชฟสลัด อะโวคาโด ไข่ดาวน้ำ บลูชีส (บลูชีสกลิ่นค่อนข้างแรงนิดนึงงับ) // ปลากะพงอบเครื่องเทศกับผักลวก // และ ข้าวคูสคูส ข้าวธัญพืชของโมร็อกโก  **ทานง่าย เครื่องเทศไม่หนัก แต่ได้กลิ่นอาย concept morocco

พามามองข้าวคูสคูสใกล้ๆ เป็นครั้งแรกที่ได้ยินข้าวชื่อคิ้วๆ แบบนี้ ลักษณะ texture คล้ายๆไข่กุ้งนิดนึง

หนังท้องตึง เริ่มเข้าห้องพักได้ โดยห้องพักแบบแรกของที่นี่ Celestial Suite นับเป็นห้องที่เหมาะกับการฮันนีมูนมาก เพราะมีดาดฟ้าส่วนตัวด้วยนะจ๊ะ

ดาดฟ้าส่วนตัวก็สามารถนั่งคุยกัน ดูทะเลไปพลางๆได้เลย

วิวที่นี่ข้างบนก็สวยดีเหมือนกันนะ เห็นต้นมะพร้าวนำสายตาไปทะเล และก็ช่วงเย็นจะมีดนตรีสดเล่นชิวชิวตอนดินเดอร์ด้วย

สำหรับห้องพักที่คืนนี้เราสองคนปักหลักก็คือห้องแบบ Oceanfront Suite  ตกแต่งด้วยสีสันสดใส ของห้องเราเป็นโทรสีน้ำเงิน ชอบกระเบื้องเล็กๆ ที่ตกแต่งมาก

ห้องนอนก็จะเป็นโทนสีขาวฟ้า สะอาดตา ไม่ฉูดฉาดเหมือนในบริเวณทางเข้าห้องและห้องน้ำค่ะ

ที่สำคัญคือ มีอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ให้กับทุกห้องพักของที่นี่เลย อาบน้ำแช่ตัวกันให้เปื่อยเลยจ้า

ระเบียงของห้องพัก ก็สามารถมองเห็น 180 องศาของทะเลจากระเบียงเลย แล้วช่วงเย็นๆเค้ามีดนตรีสดด้วย จะนั่งชิวหน้าห้องก็ฟินเหมือนกัน

ช่วงยามเย็นแบบนี้เราก็ต้องจัดค็อกเทลทานฟินๆ สักแก้วสองแก้ว โดยที่เราสั่งคือ Marrakesh Dream และ Price of Persia

ซึ่งขอยกความดีความงามให้แก้วนี้ฮ่ะ สำหรับคนที่ชอบทานผลไม้ด้วย จะมีเนื้อผลไม้อยู่ในแก้วเลย

หลังจากนั้นก้นั่งชิวๆ ริมหาด โรงแรมติดทะเล และถ้าใครตื่นเข้าก็จะสามารถมาตักบาตรได้เลย

เราแอบขอเอาอูฐของที่โรงแรมมาเล่นริมหาด เหมือนอูฐเดินทางมาถึงโอเอซิสแล้ว

มื้อเย็นกินไป ฟังเสียงคลื่น และดนตรีสด ทาน พล่าหอยเชลล์ เป็นหอย import จากฮอกไกโด ตัวใหญ่ตกใจ // สลัดข้าวคูสคูสสไตล์โมร็อคแคน นอกจากินเป็นข้าวแล้ว ยังมาเป็นรูปแบบสลัดได้อีก // ผัดไทยปูนิ่ม กินปูให้หมดตัว จานนี้เด็ดจริง

อีกสองจานคือ  ปลาแซลมอน กับ lime and chili dressing  // พิซซ่าหน้ากะเพราทะเล และชีสมอซซาเรลล่าเอาความเป็นกะเพรามาตัดเลี่ยนของพิซซ่า

พอเริ่มมืด พนักงานก็จะมาเอาไข่ไฟหยอดใส่กล่องเป็นสีๆสวยงามมาก

สายแอลก็อย่าลืมเดินไปที่โดมนี้นะคะ พี่ที่บาร์น่ารักมาก แนะนำเครื่องดื่มฟินๆ เพียบ

สระว่ายน้ำช่วงกลางวันที่ว่าสวยแล้ว เจอการแต่งไฟตอนกลางคืนไป ยิ่งดีเลย

พอเราเห็นแสงไฟแบบนี้ เราเลยพกไฟดิสโก้มาเล่นถ่ายภาพบนห้องพักบ้าง

ชอบ… ห้องพัก สวยมาก จนถ่ายรูปโปรไฟล์ใหม่ในห้องน้ำ

มุมถ่ายรูปที่นี่ตอนช่วงเช้าก็เยอะจริงๆ แสงสวยมากดว้ย

ในช่วงเช้าเราก็มาที่ห้องอาหาร Al Hamra ซึ่งฝ้าเพดานแบ่งซึ่งประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องวาดมือสวยงาม

และอาหารก็มีหลายอย่างน่ากินมาก ทั้งคาวหวาน

และที่สำคัญก็คือขนมของที่นี่นะคะ น่ารักมากๆ

ชุด Afternoon Tea ที่เสิร์ฟมาสวยมาก เวอร์วังสุด มีของคาว หวานปนกัน มาอย่างละคำ กินได้หลากหลายฮ่ะ

นอกจาก after noon tea แล้ว บนโต๊ะนี้ยังมีอีกหลายเมนูเลย ทั้ง Chocolate Gateau , Lemon Rock Salt , และCrispy Roti
ตัว crispy roti อร่อยมากทอดกรอบมา จิ้มน้ำจิ้มหวานอร่อย

แต่ที่รู้สึกเซอร์ไพร์สมาก คือถ้วยกาแบบนี้ เราสามารถกินได้หมดเลยอ่ะ เพราะเค้าทำมาจากช็อคโกแลตนะ แล้วในถ้วยก็จะมีไส้ต่างๆ เอาไว้ เชฟตั้งใจทำมาก มีลายบนถ้วยด้วย

Chocolate Shell ที่กินได้ทั้งเปลือกหอย อิอิ ขอบคุณงานฝีมือสร้างสรรค์ของเชฟด้วยคร้าบ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านรีวิวของเราสองคน Lazycoup กับโรงแรมมาราเกชรีสอร์ทด้วยนะคะ ใครที่ชอบการถ่ายรูป ที่นี่มุมถ่ายเยอะมาก และสีสันของตึกสวยมาก อาหารขนมก็เก๋แบบโมร็อกโกจริงๆ ค่ะ ลองไปพักสักครั้งจะติดใจ

Riad Dar Soufa โรงแรมที่อยากแนะนำในกรุงราบัต

แม้คนส่วนใหญ่ที่ได้มีโอกาสมาเยือนยังโมร็อกโกอาจมองว่าเมืองหลวงอย่างกรุงราบัตไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรน่าสนใจมากนัก ทว่าในความเป็นจริงแล้วเมืองหลวงแห่งนี้ก็ยังมีสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวอีกมากมายไว้รอคอยนักท่องเที่ยวทั้งหลายให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการชมความงดงามเหล่านี้อยู่ การมาเยือนกรุงราบัตก็ต้องมีสิ่งที่น่าสนใจนอกจากเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวก็คือเรื่องของที่พักอย่างโรงแรม ต้องยอมรับว่าหลายๆ โรงแรมของที่นี่ขึ้นชื่ออย่างมากเรื่องของการให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หนึ่งในโรงแรมที่ขอแนะนำหากได้มีโอกาสมายังกรุงราบัตก็คือ Riad Dar Soufa

โรงแรม Riad Dar Jabador, Salé - trivago.co.th
Riad Dar Soufa, Rabat, Morocco - Booking.com

Riad Dar Soufa สุดยอดโรงแรมน่าพักแห่งกรุงราบัต

โรงแรม Riad Dar Soufa แห่งนี้ตั้งอยู่ที่กรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก เราสามารถชื่นชมความสวยงามริมทะเลและชายหาดใกล้เคียงได้ด้วยการเดินตามระยะเวลาแค่ 6 นาที ถือว่าเป็นโรงแรมที่จะได้สัมผัสกับกลิ่นอายแห่งความเป็นโมร็อกโกขนานแท้จากการตกแต่งโรงแรมสไตล์โมร็อกโกนำมาซึ่งความคลาสสิกของโรงแรม มีลานระเบียงพร้อมน้ำพุและลานระเบียงอาบแดดที่ตอนนอนอาบแดดสามารถมองเห็นวิถีชีวิตของผู้คนในตลาดราบัตได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการพักผ่อนที่ได้อารมณ์ร่วมคูณสองกันเลยทีเดียวทั้งการพักผ่อนด้านร่างกายและสายตา ถือว่าโรงแรม Riad Dar Soufa เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงราบัตทำให้ได้เห็นสิ่งที่น่าสนใจจากผู้คนเมืองนี้หลายๆ ด้าน นอกจากนี้ภายในโรงแรมยังมีมุมระเบียงด้านบนขนาดใหญ่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ทั่วเมืองราบัตได้เป็นอย่างดี สามารถชมภาพมุมกว้างของเมืองอันแสนสวยงามนี้แบบสุดลูกหูลูกตากันไปเลย โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างที่กล่าวเอาไว้ว่าใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีก็สามารถเดินถึงชายหาดราบัตได้แล้ว ด้านห้องพักภายในโรงแรมก็มีหลากหลายรูปแบบห้องพักให้ได้เลือกใช้บริการ แต่ละห้องพักก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมายที่เรียกว่าครบครัน ต่อให้ใครไม่อยากไปไหนอยากนอนเล่นๆ ในโรงแรมก็ทำได้แบบสบายๆ กันเลยทีเดียว ถือเป็นโรงแรมใจกลางกรุงราบัตที่แนะนำเลยว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายมาก

อีกจุดเด่นหนึ่งของโรงแรมแห่งนี้ก็คือมื้ออาหารของโรงแรมทั้งอาหารเช้าที่รสชาติแสนอร่อยหรือจะเป็นดินเนอร์ก็มีอาหารหลากหลายแนวให้ได้เลือกทานกันอย่างจุใจ รับรองว่าโรงแรมนี้จะเป็นสุดยอดโรงแรมแห่งความประทับใจในโมร็อกโกของใครหลายคนแน่นอน การให้บริการของพนักงานก็ยิ้มแย้มแจ่มใสให้ความรู้สึกเป็นกันเองมากที่สุดหากใครได้มีโอกาสมาเยือนกรุงราบัต โรงแรม Riad Dar Soufa คือตัวเลือกแห่งความประทับใจที่จะทำให้คุณอยากกลับมาที่นี่อีกครั้ง