Blog

8 แบบห้องนอน ตกแต่งสไตล์โมร็อคโค เสน่ห์สีสันที่มีเอกลักษณ์

ห้องนอนสไตล์โมร็อคโค

เสน่ห์ของสีสันและลวดลายที่มีเอกลักษณ์

เป็นอีกครั้ง สำหรับการแนะนำจากสมาชิก Fanpage บนเฟสบุก ได้นำเสนอให้ทางเว็บนำแบบตัวอย่างการตกแต่งห้องนอนสวยๆ ในสไตล์โมร็อคโค ทางเว็บ “บ้านไอเดีย” ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับคำแนะนำที่ดี จึงไม่ขอรอช้า นำมาฝากกันเลยทันที โดยเป็นแบบห้องนอนจาก รีสอร์ทของคุณ ตัน อิชิตัน ไอเดียแบบห้องนอนที่มีเอกลักษณ์ในสไตล์โมร็อคโคนี้ การออกแบบมุ่งเน้นไปทางลวดลายที่งดงาม โดดเด่นมีเสน่ห์เฉพาะตัวและมีสีสันที่เข้มข้น เช่น หากต้องการเล่นโทนสีเหลือง ก็จะเหลืองเข็ม น้ำเงินก็ น้ำเงินเข้ม ทำให้ห้องดูมีความมั่นคง ให้ความรู้สึกที่ชัดเจนและมีน้ำหนักมากกว่าสีโทนอ่อน ของตกแต่งในสไตล์โมร็อคโคนี้ ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่านที่มีลวดลายสวยงาม เฟอร์นิเจอร์ลายฉลุ อาจนับโดยรวมได้ว่า ทุกๆอย่าง ต้องมีลวดลายซ่อนความอ่อนโยนไว้ในสีสันที่เข้มแข็งไว้ได้เป็นอย่างดี และมักไม่มีพื้นที่โล่งว่าง แม้กระทั่งฝาผนังห้อง ก็ต้องมีของมาประดับอย่างเติมเต็ม

ภาพถ่าย : Villa Maroc Resort

แบบห้องนอน ตกแต่งโทนสีส้ม สไตล์โมร็อกโก
ตกแต่งห้องนอน โทนสี เหลือง สไตล์โมร็อคโค
ตกแต่งห้องนอนให้โรแมนติก สไตล์โมร็อคโค
แบบห้องนอน โทนสี ครีม แบบห้องโบราณ สไตล์โมร็อคโก
ตกแต่ง แบบห้องนอน เตียงคู่ สไตล์รีสอร์ท
แบบห้องนอน ตกแต่ง โทนสี ฟ้า น้ำตาล สไตล์โมร็อคโค
แบบห้องนอน ตกแต่งห้อง โทนสี ขาวส้ม สไตล์ รีสอร์ท
ผ้าม่าน เตียงนอน เตียงนอนเหล็ก สีดำ

“โมร็อกโค” (MOROCCO) เสน่ห์แห่งโลกตะวันออกกลาง ดินแดนฟ้าจรดทราย

โมร็อกโค (MOROCCO) ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เอล มาห์กริบ อัล อัค ซา” (EL MAHGRIB AL AQSA) ซึ่งหมายถึงดินแดนทางทิศตะวันตกไกลที่สุด ที่นี่เป็นดินแดนเมืองหนาวที่มีแดดอันร้อนแรง หรือเป็นประเทศที่เย็นที่สุดในหมู่ประเทศที่ร้อนที่สุด เนื่องจากภูมิประเทศอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่ตั้งซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของทวีปแอฟริกา

เมืองคาซาบลังก้า (CASABLANCA) มีความหมายในภาษาสเปนว่าบ้านสีขาว ซึ่งเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ปัจจุบันนี้บ้านเรือนของพวกเขามีสีขาว เป็นเมืองใหญ่อันดับหนึ่งของราชอาณาจักรโมร็อกโก (Kingdom of Morocco) ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ทางฝั่งตะวันตกของประเทศ หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อของ “คาซาบลังกา” จากภาพยนตร์ในชื่อ Casablanca (สร้างปีค.ศ.1942) แม้ว่าในความเป็นจริงภาพยนตร์ดังกล่าวไม่ได้ใช้ฉากที่ถ่ายทำในคาซาบลังกาเลยแต่ก็ทำให้เมืองนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกได้เช่นกัน

Casablanca เป็นภาพยนตร์รักอเมริกันในกาซาบล็องกา เมืองท่าทางตอนเหนือโมร็อกโก ภาพยนตร์กล่าวถึงความขัดแย้งและการตัดสินใจของชายคนหนึ่ง ที่ต้องเลือกระหว่างความรัก กับการช่วยเหลือสามีของเธอในการต่อสู้ต้านทานนาซี อีกหนึ่งเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือ ความ “แฟนตาซี” และ “เอ็กโซติก” ที่นำเสนอออกมา ทำให้เมืองคาซาบลังก้ากลายเป็นที่รู้จัก และโด่งดังมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

จุดหมายที่ไม่ควรพลาด กับการไปเยือนเมืองคาซาบลังก้า ได้แก่ สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Hassan II Mosque) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโคทุกแขนง ชมวิวทิวทัศน์รอบๆ และสุเหร่าแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวบรรยากาศริมชายฝั่งทะเลอีกด้วยค่ะ

เมืองเชฟชาอูน (CHEFCHAOUEN) Blue City นครสีฟ้า เมืองซึ่งได้ขนานนามว่า “มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อคโค” เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 538 ปี มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติสวยงาม อากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆ จากเหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นได้ผ่อนคลาย มีสถาปัตยกรรมที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ และมีชื่อเสียงมากที่สุดด้วยความโดดเด่นของอาคารบ้านเรือนที่ทาเป็นสีฟ้าทั้งหมดด้วยค่ะ

สาเหตุที่เมืองเชฟชาอูนถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า นั่นก็เพราะว่าเชฟชาอูนเป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้า เพื่อเป็นการระลึกถึงพระเจ้านั่นเอง

ทะเลทรายซาฮารา (SAHARA DESERT) เป็นทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร (ใหญ่เท่าอเมริกาทั้งประเทศ) และตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในทะเลทรายซาฮาร่า จากสภาพการไร้ฝนและอุณหภูมิที่ร้อนจัดในทะเลทรายมีผลทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศเหนือทะเลทราย กิจกรรมที่น่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ก็คือ ขี่อูฐเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เนินทรายในทะเลทรายซาฮารา

เมืองมาราเกช (MARRAKECH) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค เป็นเส้นทางของพ่อค้าตะวันออกกลาง ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด

สภาพบ้านเมืองที่เห็นได้ชัดคือ ทางเดินที่ทอดตัวยาวสองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือเมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งและยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น

มัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองมาราเกช ไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1147 เพื่อประกาศชัยชนะของชาวมุสลิมที่ได้นำศาสนาเข้ามาเผยแผ่ได้อย่างสำเร็จ แต่มัสยิดแห่งนี้ผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามไม่สามารถเข้าไปชมด้านในมัสยิดได้ สามารถเดินถ่ายรูปในบริเวณลานด้านนอกรอบๆ ตัวอาคารได้

โมรอคโค เสน่ห์แห่งโลกตะวันออกกลางบนดินแดนแอฟริกา

โมรอคโค (Morocco) เสน่ห์แห่งโลกตะวันออกกลางบนดินแดนแอฟริกา

เที่ยว “โมรอคโค” ประเทศทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา มีพื้นที่ติดต่อทั้งชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีชายแดนทางตอนใต้ติดกับทางตะวันตกของทะเลทรายซาฮาร่า ทางตะวันออกติดกับแอลจีเรียและอาณานิคมเล็ก ๆ ของชาวสเปนนิชแอฟริกันซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ด้วยระยะทางที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากประเทศทางยุโรปมากนัก โมรอคโคมีทุกสิ่งที่จะทำให้เหล่านักท่องเที่ยวหลงรักในสีสัน กลิ่นอายและเสียงเพรียกแห่งโลกตะวันออกกลางบนดินแดนแอฟริกาแห่งนี้ ตลาดกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยผู้คนและร้านค้าขายเครื่องเทศ มัสยิดที่แสนงดงาม เมืองเรียบชายหาดสีขาวและใจกลางเมืองที่ยังคงความดั้งเดิมในแบบสมัยยุคกลาง และด้วยทัศนีย์ภาพที่หลากหลายของประเทศตั้งแต่ยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะจนถึงทัศนีย์ภาพของทะเลทรายซาฮาร่าที่กว้างไกลสุกลูกหูลูกตา เป็นที่แน่ชัดว่าทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนโมรอคโคจะไม่มีทางรู้สึกเบื่อประเทศที่งดงามแห่งนี้อย่างแน่นอน

การเดินทางท่องเที่ยวโมรอคโคหากเริ่มจาก เที่ยวที่เมืองคาซาบลังกา (Casablanca) จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะว่าเมืองแห่งนี้เป็นเมืองท่าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของ มัสยิด Hassan II Mosque มัสยิดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากมัสยิดแห่งเมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาราเบีย โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวมักจะใช้เวลาในการท่องเที่ยวเมืองแห่งนี้ไม่นาน แต่เพียงการได้ชมสถาปัตยกรรมการตกแต่งบ้านเมืองของที่นี่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการมาเยือนแล้ว

เมื่อออกจากเมืองคาซาบลังกาแล้วสามารถมุ่งหน้าไป เที่ยวที่เมืองมาราเกช ซึ่งเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า “นครสีชมพู” เนื่องจากเมืองนี้มีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยสีของตึกรามบ้านช่องตั้งแต่อดีต สร้างความประทับตราตึงใจให้แก่ผู้พบเห็นตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาในเมือง สถานที่น่าสนใจในเมืองนี้คือตลาดกลางแจ้งที่คึกคักไปด้วยผู้คน ประตูและกำแพงเมืองเก่าแก่ หลุมฝังศพ Saadian ซากปรักหักพังของปราสาท El Badi และมัสยิด Koutoubia และหอสูงประจำสุเหร่าที่มีอายุเก่าแก่กว่า 12 ศตวรรษ ก่อนพระอาทิตย์ตกดินไม่ควรลืมเดินทางไปแวะย่าน Jamaa el-Fnaa จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา เป็นแหล่งรวบรวมร้านขายอาหารและพื้นที่แสดงความสามารถอันหลากหลายของชาวมาราเกช

หนึ่งสถานที่ที่พลาดไม่ได้เลยคือ Aït Benhaddou เมืองป้อมปราการเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางคาราวานระหว่างทะเลทรายซาฮาร่าและเมืองมาราเกช ปัจจุบันเมืองแห่งนี้เป็นทั้งที่อยู่อาศัยของคนท้องถิ่นบางส่วนและพ่อค้าที่ขายสินค้าหลากหลายให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน ลักษณะของตัวบ้านเรือนทำจากดินเหนียวสีแดงทั้งหลัง นับว่าเป็นต้นแบบที่ล้ำค่าของสถาปัตยกรรมการสร้างบ้านด้วยดินเหนียวสไตล์โมรอคโค

อีกเมืองที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเมืองเฟส อดีตเมืองหลวงที่ยังคงความงดงามจากอดีตจวบจนปัจจุบัน เสน่ห์ของเมืองคือถนนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคกลางที่มีเส้นทางคดเคี้ยวคล้ายกับเขาวงกต ประตูเมือง และมหาวิทยาลัยโบราณ University of Al-Karaouine และ Bou Inania Madrasa นอกจากนี้ไม่ควรพลาดแวะชมกรรมวิธีการฟอกเครื่องหนังแบบดั้งเดิมที่โรงงาน Chouara Tannery โรงงานย้อมฟอกหนังที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเมือง ตั้งอยู่ที่ Blida street Fez Medina และเนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ท่ามกลางถนนที่ค่อนข้างแคบ การเดินทางไปที่แห่งนี้จึงสามารถเดินทางไปได้ด้วยการเดินเท้าเท่านั้น

เพื่อเป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้ชีวิตก่อนจบทริปการท่องเที่ยวในโมรอคโค ไม่ควรพลาดแวะรับลมทะเลที่เมืองอซิลาห์ หรือเอสเซาอิร่า นอกจากนี้ยังมีนครสีฟ้า “เชฟชาอูน” ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเฟส และภูเขาแอตลาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสำรวจอีกด้วย

What to buy: ของฝากและของที่ระลึกที่ประเทศทางทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลางมีขายโดยทั่วไปซึ่งก็คือผลอินทผลัม พรหม เครื่องเซรามิกและเครื่องหนัง ส่วนสินค้าที่หาซื้อได้เฉพาะในโมรอคโคได้แก่ทาจีน เครื่องปั้นดินเผาที่ผ่านการเคลือบอย่างดีสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในครัวเรือน

How to go: สำหรับการเดินทางไปที่โมรอคโคสามารถใช้บริการเดินทางจากสายการบิน Turkish Airlines หรือ Emirates ก็ได้ ซึ่งการเข้าประทศในแต่ละครั้งนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าเข้าประเทศ 17 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 740 บาท

สถานที่ท่องเที่ยวโมร๊อคโก

รีวิวโมร็อคโค พาเที่ยวเมืองเก๋ ขี่อูฐนอนค้างในทะเลทรายซาฮาร่า สัมผัสความแตกต่างที่น่าหลงไหล

Blog_cover

คำนิยามสั้นๆของโมร็อคโคสำหรับเราคือ “ ดี ดีมาก ดีที่สุด ” ด้วยความที่เราหลงใหลความแปลกใหม่ วัฒนธรรมที่ไม่ใช่เอเชียและยุโรป รวมทั้งหนึ่งในความฝันของเราคือการไปเยือนทะเลทรายซาฮาร่า รีวิวนี้จะพาเพื่อนบินไปพร้อมกันไปสัมผัส The land of contrast ด้วยกันกับเรา

เราเชื่อว่าทุกคนรู้จัก ทะเลทรายซาฮาร่า ได้ยินมาแต่เด็กน้อย แต่ประเทศ โมร็อคโค” สำหรับเราไม่เคยอยู่ในหัวจนมีเพื่อนฟิลิปปินส์ที่เดินทางมารอบโลกบอกเราว่า “เป็นประเทศที่เค้าชอบที่สุด” เราก็จำฝังหัวเอาไว้ว่ามันใช่ ทันทีที่ได้รับสายคำชวนจาก AIS Serenade ชวนเราไปโมร็อคโคกับ Serenade Exclusive Trip เราตอบตกลงทันทีแบบไม่ต้องคิด

“ไปครับ”

ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้ก่อนไปโมร็อคโค

  • โมร็อคโค อยู่ในทวีปแอฟริกาเหนือ อยู่ติดกับประเทศสเปนเพียงแค่ทะเลกั้น
  • คนไทยต้องทำวีซ่า มีสถานทูตในไทยสามารถจ้างคนไปยื่นได้ไม่ต้องไปด้วยตัวเอง
  • ใช้สกุลเงินของตัวเอง Dirham ให้แลกเงิน Euro หรือ USD ไปค่อยไปแลกที่โน้น
  • อากาศค่อนข้างแห้งแล้ง ฤดูกาลของเดือนใกล้เคียงยุโรป ( ก็มันติดกัน… )
  • เวลาห่างจากไทย 7 ชั่วโมง ( GMT+0 )
  • เป็นประเทศมุสลิม ดังนั้นการแต่งกายควรสุภาพแต่ไม่ถึงขนาดต้องคลุมผ้า
  • AIS Data Roaming ผมใช้งานได้ดีตลอดทริป มีสัญญาณหายเฉพาะตอนเข้าไปทะเลทรายลึกๆ
  • อาหารค่อนข้างเป็นไปทางแขก แนะนำให้เตรียมอาหารไทยไปให้พร้อม

DAY 1 : Bangkok – Doha – Casablanca – Marrakech

เริ่มต้นความพิเศษตั้งแต่ก้าวออกจากบ้าน! รอบนี้ไม่ง้อแท็กซี่เพราะเค้าส่งรถลิมูซีนมารับถึงบ้านกันทุกคน โอ้โห! นั่งสวยๆหล่อๆกันไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ตามที่นัดแนะ พอลากกระเป๋ามาถึงพนักงานก็แบบจัดแจงทุกอย่างให้เสร็จสรรพ! มีหน้าที่แค่เดินไปแสดงตัวว่าอันนี้กระเป๋าตัวเองที่จะโหลดไปแค่นั้นล่ะ

Morocco_00001
Morocco_00002
Morocco_00003

สำหรับทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบิน Qatar Airways นะซึ่งแน่นอนว่าต้องไป Stop over กันที่ Doha เล็กน้อยจากนั้นบินต่อไปลงที่เมืองหลักเค้าคือ Casablanca และนั่งอยู่บนเครื่องเดิมนั่นแหละไม่ต้องลง แล้วก็บินอีกครั้งสู่เมือง Marrakech เมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโมร็อคโค กัน สิริเวลาตั้งแต่ออกจากไทยจนถึงปลายทางก็ไม่นานเลยครับ 21 ชั่วโมง !!!!!!!!!!!! คุณพระบินอะไรกันข้ามคืนข้ามวันขนาดนั้น

Morocco_00004
Morocco_00005

DAY 2 : Marrakech

หลังจากการบินอันหนักหน่วงเรามาถึงมาราเกรซกันตอนเย็นๆแล้วครับดังนั้นวันนี้ก็เลยไม่มีอะไรมากเข้าพักที่โรงแรม Mövenpick Hotel Mansour Eddahbi Marrakech ซึ่งโรงแรมที่ทาง AIS Serenade เลือกก็จะเป็นสไตล์โมร็อคโคหน่อยๆให้เราได้เข้าถึงกันมากขึ้น

Morocco_00006
Morocco_00007
Morocco_00008

ส่วนของโรงแรมก็สวยงาม มีอุปกรณ์ครบครัน ห้องดี สมชื่อโรงแรม Mövenpick นะครับ

Morocco_00010
Morocco_00011

และความ surprise แรกก็เกิดขึ้นเมื่อผมเข้าห้องนอนก็เจอกล่อง AIS Serenade วางไว้บนเตียงที่ทำให้การท่องเที่ยวสะดวกขึ้นคือพวก Universal adapter พร้อมแท่นชาร์จ USB อีกชุด  (ซึงแต่ละวันนี่มีของมา surprise กันทุกวันเลย ประทับใจมาก )

Morocco_00012
Morocco_00013

Day 3 :  Marrakech

ทานเข้าเช้าที่โรงแรมแล้ววันนี้เราจะเที่ยวตัวเมือง Marrakech กันที่ได้ชื่อว่าเป็นนครสีชมพู เมืองท่องเที่ยวที่ดังที่สุดของโมร็อคโค เป็นที่ๆรวมความเก๋ เท่ห์ ชิค และลวดลายศิลปะที่ดังไปทั่วโลก  มาราเกรซนี่ถือว่าเจริญมากๆเลยนะ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยคล้ายๆยุโรปเลยแต่ก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนในความเป็นโมร็อคโค

Morocco_00014
Morocco_00015
Morocco_00016
Morocco_00017
Morocco_00018

และจุดแรก Landmark ที่ทุกคนต้องไปเยือนคือ มัสยิดคูโทเบีย ( Koutoubia Mosque ) มัสยิดเก่าแก่ที่มีหอคอยสูงเด่นที่นี่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “อนุสรณ์มุสลิมที่สมบูรณ์ที่สุดในแอฟริกาเหนือ” และเป็นต้นแบบของมัสยิดทั้งโมร็อคโคอีกด้วยครับ

Morocco_00024

จากนั้นเราไปต่อที่ พระราชวังบาเฮีย Bahia Palace พระราชวังของมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 เค้าตั้งใจให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราในสมัยนั้น ภายในก็จะตกแต่งด้วยปูนปั้นแกะสลักและการวาดลวดลายบนไม้ รวมทั้งประดับประดาด้วยโมเสกที่มีลวดลายสวยงาม  ซึ่งผมว่าที่นี่จะศิลปะคล้ายๆสเปนตอนใต้ที่ผมไปมาเลยครับ ( ก็สเปนใต้ก็ติดกับโมร็อคโคเลย )

Morocco_00019
Morocco_00020
Morocco_00021
Morocco_00022
Morocco_00023

และเนื่องจากอาหารโมร็อคโคก็จะทานยาก(มาก) จะเป็นแนวอาหารแขกน่ะครับซึ่งทาง AIS Serenade ก็ไปสรรหาร้านอาหารไทยมาให้เราจนได้ ก็เลยได้กินอาหารไทย โดยเชฟคนไทย ได้อิ่มอร่อยเติมพลังกัน

Morocco_00025
Morocco_00026
Morocco_00027

ส่วนช่วงบ่ายก็ได้เวลาสำรวจตลาดขนาดยักษ์ที่ Djemaa El Fna บอกเลยว่าเด็ดมาก! ถ้ามาเที่ยวโมร็อคโคแล้วไม่ได้เดินตลาดถือว่าผิด!!!!!!  ตลาดที่นี่เค้าจะเรียกว่า ซุก ( SOUK ) ให้นึกภาพตามว่าเหมือนเราเดินเล่นในจตุจักรแล้วกันก็จะมีของขายหลายสิ่ง หลักๆก็จะเป็นพวกเสื้อผ้า เครื่องใช้ เครื่องหนัง ในสไตล์โมร็อคโคครับ ช็อปปิ้งกันเพลินมากกกกกกกกกกกกกกก

10 อาหารโมรอคโคที่มีชื่อเสียงที่คุณควรลอง

เครื่องเทศ moroccan getty 3530 x 2824.jpg

1. สำรวจอาหารโมรอคโค – หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดในโลก

ตลาดเครื่องเทศโมร็อกโก WIN- ริเริ่ม / ภาพดิจิตอล / Getty ภาพหากคุณกำลังมุ่งหน้าไปที่โมร็อกโกเพื่อพักผ่อนหรือทำธุรกิจรู้ว่าคุณอยู่ในสถานที่ที่น่ารับประทาน อาหารของโมร็อกโกครองอันดับหนึ่งในรายการอาหารที่ดีที่สุดในโลกและคุ้มค่ากับการสำรวจ คุณจะไม่ผิดหวังกับความหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ เครื่องปรุงรสที่แปลกใหม่ และส่วนผสมของส่วนผสมที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่รอคุณอยู่ไม่มุ่งหน้าไปยัง Maghreb ในเร็ว ๆ นี้? จากนั้นหยิบ Cookbook ของโมร็อกโก ขึ้นมาและดื่มด่ำกับรสชาติของโมร็อกโกในบ้านของคุณเองสไลด์ต่อไปนี้นำเสนออาหารโมร็อกโกสิบชนิดที่มีชื่อเสียงเพื่อค้นหาร้านอาหารและในบ้านโมรอคโค นอกจากนี้โปรดตรวจสอบคำแนะนำของฉันจาก 10 อาหารเพื่อนำกลับมาจากการเดินทางไปโมร็อกโก

couscous getty 3890 x 2562.jpg

2. จาก 11Couscous

Couscous โมร็อกโกกับผัก ภาพ Jan Greune / LOOK / GettyCouscous จัดทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ในบ้านโมร็อกโกหลายแห่งและงานนำเสนอที่มีภาพ Couscous with Seven Vegetables เป็นหนึ่งในเวอร์ชันยอดนิยม แกะเนื้อวัวหรือไก่ตุ๋นพร้อมกับผักที่หลากหลายแล้วจัดเรียงไว้ในกองที่มีรสนิยมของธัญพืช อบกรอบ เช่นเดียวกับอาหารโมร็อกโกอื่น ๆ อีกมากมายทุกคนรวบรวมรอบการรับประทานอาหารจากจานชุมชนขนาดใหญ่หนึ่งแผ่นไม่เป็นผัก? จากนั้นคุณอาจต้องการลอง Couscous Tfaya กับ Caramelized Onions and Raisins

ไก่ bastilla 1500 x 1000.jpg

3. จาก 11Bastilla

Chicken Bastilla โมร็อกโก ภาพถ่าย© Christine BenlafquihChicken Bastilla เป็นความหมายที่มีชื่อเสียงของโมร็อกโกของพายเผ็ดและมันก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้ ตามเนื้อผ้านกพิราบเป็นนกที่มีตัวเลือก แต่ที่นี่ไก่ปรุงสุกด้วยสีเหลืองขิงพริกไทยและอบเชยจากนั้นทาด้วยแป้งเค้กกรอบพร้อมไข่เจียวไข่เจียวและ อัลมอนด์ทอดที่ มีกลิ่นหอมด้วยน้ำสีส้ม ฟิวชั่นและรสชาติที่น่าอัศจรรย์อย่างสิ้นเชิงถ้าหวานและเผ็ดไม่ได้เป็นสิ่งที่คุณต้องแน่ใจว่าจะ หารส เผ็ด Moroccan Seafood Bastilla

4. จาก 11Tagine

berber tagine 1 2718 x 1800.jpg

Berber Tagine โมร็อกโกกับผัก ภาพถ่าย© Christine Benlafquihท้องฟ้าเป็นขีด จำกัด เมื่อพูดถึง Tagine สตูว์โมร็อกโกที่ปรุงสุกช้าที่มีชื่อเสียงซึ่งใช้ชื่อจากดินเผาแบบดั้งเดิมหรือจานเซรามิคที่ปรุงสุกแบบดั้งเดิมนี่แสดงให้เห็นว่า Berber Tagine มีเนื้อและผัก จัดวางไว้ในรูปทรงกรวยและไม่ทำให้สับสนในการปรุงอาหารจนนุ่มนวลทำให้อร่อยนำเสนอได้อย่างสวยงาม Tagines จะกินโดยตรงจากเรือปรุงอาหารใช้ชิ้นส่วนของขนมปังโมร็อกโก ( Khobz ) เพื่อตักขึ้นเนื้อผักและซอสสำหรับรุ่นมังสวิรัติคุณเพียงแค่ละเว้นเนื้อสัตว์ (คุณจะต้องลดของเหลวและเวลาในการปรุงอาหาร) หรือลองใช้ Tagnete สำหรับผักอย่างเดียวนี้:

5. จาก 11ไก่กับมะนาวและมะนาวรักษาการณ์

ไก่ย่าง 3264 x 2448.jpg

ไก่ย่างโมร็อกโกกับมะนาวและมะนาวรักษาการณ์ ไก่ย่างโมรอคโคที่มีมะนาวและมะกอกเทศที่เก็บรักษาไว้ Photo © Christine Benlafquihจานคลาสสิกและหลากหลายนี้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและแพร่หลายมากที่สุดของโมร็อกโก และไม่น่าแปลกใจ! มันอร่อยอย่างเต็มที่และทำงานได้อย่างสวยงามสำหรับทุกโอกาสตั้งแต่อาหารค่ำครอบครัวลำลองกับงานเลี้ยงฉลอง คุณจะพบร้านนี้ในบ้านร้านอาหารและแม้แต่บนถนนในสถานที่รับประทานอาหารกลางแจ้งขนาดเล็ก ที่นี่เป็น ไก่ย่างกับมะนาวที่เก็บรักษาไว้และ นำเสนอ มะกอก แต่จานยังเตรียมได้ง่ายในหม้อ tagine ดั้งเดิมหรือแบบดั้งเดิม หัวหอมจำนวนมากจะสุกให้มีความเข้มข้นเหมือนน้ำซุปข้นและมีสีเหลืองและขิง มะนาวที่เก็บรักษาไว้ และมะกอกเป็นอาหารเสริมที่เป็นเหลี่ยม

6. จาก 11เนื้อแกะหรือเนื้อลูกพรุน

Tagine เนื้อและลูกพรุน 2592 x 1944.jpg

แกะดำโมร็อกโกหรือเนื้อกับพรุน ภาพถ่าย© Christine Benlafquihแม้ว่าคุณจะไม่สามารถเข้าถึงลูกพรุนได้เมื่อซื้อของชำไม่ควรนำออกจากการผสมผสานระหว่างความหวานและเผ็ดนี้ เพดานปากของคุณจะได้รับการตอบแทนอย่างดีในการเดินทางเข้าสู่ดินแดนโมร็อกโกใหม่ด้วย เนื้อแกะหรือเนื้อกับสูตรลูกพรุน เนื้อจะปรุงสุกจนเนยแข็งกับสีเหลือง, ขิงและหัวหอมแล้วราดด้วยลูกพรุนที่ได้รับการลอบในน้ำเชื่อมกับอบเชยและน้ำผึ้ง อัลมอนด์ทอดกรอบเป็นเครื่องปรุง ยังไม่มั่นใจ? แล้วบางทีคุณอาจลองอีกคลาสสิกโมร็อกโกแห้ง tagine ผลไม้ ไก่กับแอปริค็อต

7. จาก 11เนยแข็ง Kefta Tagine

Kefta Mkaouara 2 J Gilman.jpg

Kefta Mkaouara – โมนาโก Meatball Tagine ภาพถ่าย© J. Gilmanชาวโมร็อกโกชอบปรุงรสเนื้อหรือเนื้อแกะ ( cefta ) ด้วยยี่หร่าพริกหยวกและสมุนไพร ในรูปแบบที่เรียบง่ายของมัน spiced kefta มีรูปแล้วย่างหรือกระทะผัด แต่คุณยังจะได้พบกับ kefta ใช้กันอย่างแพร่หลายในอาหารอื่น ๆ เช่น Tagball เนื้อลูกชิ้นที่ เป็นที่นิยม กับไข่ลวก แม้จะมีซอสมะเขือเทศที่กว้างขวาง แต่ไม่จำเป็นต้องใช้พาสต้า แต่คุณจะต้องการ ขนมปังโมรอคโค ที่ใช้แทนส้อมสูตรโมร็อกโก Kefta จะให้ความคิดอื่น ๆ เกี่ยวกับวิธีการที่ชาวโมร็อคโคได้สร้างสรรค์เนื้อดินจากพื้นดินที่น่าเบื่อให้เหลือเชื่อ

8. จาก 11Rfissa

Rfissa 3264 x 2176.jpg

ไก่โมร็อกโก Rfissa ภาพถ่าย© Christine Benlafquihอาจมีอะไรที่สง่างามในการเทเนื้อร้อนและน้ำซุปที่เต็มไปด้วยขนมปังที่เต็มเปี่ยม แต่ทั่วโลกอาหารที่อ่อนน้อมถ่อมตนเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นอาหารที่อร่อยและน่าพอใจที่ดีที่สุด ในโมร็อกโกจะใช้รูปแบบของ Rfissa การนำเสนอตุ๋นไก่และตุ๋นตุ๋นที่น่า หลงใหล ปรุงรสด้วยกลิ่น Fenugreek สีเหลืองและ Ras el Hanout จานนี้มีให้บริการกับมารดาใหม่ ๆ แต่ก็เป็นอาหารจานพิเศษยอดนิยมที่มอบให้กับครอบครัวหรือแขกในโอกาสอื่น ๆ

9. จาก 11Harira

harira getty 3858 x 2582.jpg

ซุป Harira ดั้งเดิมของโมร็อกโก ภาพ Dorling Kindersley / Dorling Kindersley / Gettyคุณจะพบซุปทุกชนิดที่เสิร์ฟในบ้านและร้านอาหารของโมร็อกโก แต่ร้านนี้โดดเด่นจากฝูงชนที่เป็นเอกลักษณ์ของโมร็อกโกและเป็นที่รักของคนทั่วประเทศ รูปแบบเป็นที่นับไม่ถ้วน แต่โดยปกติแล้ว harira เป็นซุปที่ทำจากมะเขือเทศซึ่งเต็มไปด้วยถั่วและถั่วเขียว ชอุ่ม ข้าวหรือก๋วยเตี๋ยวหักปรับ ( chaariya ) มักจะถูกเพิ่มเข้ามาเช่นกันในขณะที่สต็อกมักจะทำกับเนื้อวัวหรือเนื้อแกะ สูตร Harira แท้นี้ไม่ตกอยู่ในหมวดหมู่ที่ง่ายและรวดเร็ว แต่ความพยายามใส่ลงไปในการทำให้ไม่ทำให้ผิดหวัง

10. จาก 11Mechoui

mechoui pit ย่าง 2346 x 3128.jpg

แกะย่างคั่วในมาราเกช ภาพถ่าย© Christine Benlafquihแกะดำ โมร็อกโกเรียกว่า mechoui อาจเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดใน Marrakesh ซึ่งเนื้อแกะทั้งหมดถูกย่างในหลุมลึกที่มีไม้ araar ระอุ แต่ไม่ต้องกังวล คุณไม่จำเป็นต้องขุดหลุมในสนามหลังบ้านของคุณถ้าคุณต้องการลองแกะคั่วที่บ้าน ลองใช้ สูตร Mechoui โมร็อกโก ซึ่งเรียกเฉพาะสำหรับขาหรือไหล่เท่านั้น

11. จาก 11ปลาซาร์ดีน – และปลาและอาหารทะเลอื่น ๆ

ปลาซาร์ดีนที่อบ 2592 x 1944.jpg

ปลาซาร์ดีนโมร็อกโก ภาพถ่าย© Christine Benlafquihน้ำตามแนวชายฝั่งของประเทศโมร็อกโกเป็นแหล่งปลาซาร์ดีนที่อุดมสมบูรณ์ทำให้ปลาที่มีสุขภาพดีและปลาที่มีสุขภาพดีนี้เป็นปลาที่มีสุขภาพดีราคาไม่แพง คุณสามารถเก็บสิ่งที่ง่ายเป็นพิเศษและเพียงแค่ ย่างหรือย่างปลาซาร์ดีนทั้งหมด แต่วิธีหนึ่งที่นิยมมากที่สุดในการเตรียมพวกเขาคือ เนื้อปลาซาร์ดีเนื้อ กับดอง zesty เรียกว่า chermoula แล้วทอดพวกมัน ไม่ต้องพลาดไม่ว่าจะเป็นแซนวิชฟิลเลอร์หรืออาหารจานพิเศษที่จัดไว้ให้พร้อมกับปลาและอาหารทะเลอื่น ๆ สำหรับมื้อค่ำปลาดิบโมร็อกโก

10 อาหารโมรอคโคที่มีชื่อเสียงที่คุณควรลอง

ร้านอาหารในโมร๊อคโก

มนต์เสน่ห์โมร็อกโก

“มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อกโก ดินแดนหรรษาบนทะเลทราย”

Journista จะพาคุณมารู้จักประเทศโมร็อกโกดินแดนที่เชื่อมต่อของแอฟริกาตะวันตกกับยุโรป ดินแดนที่มีความน่าหลงไหลไม่แพ้ประเทศอื่น โมร็อกโกมีชื่อทางการว่า “ราชอาณาจักรโมร็อกโก” เป็นรัฐเดี่ยวและรัฐเอกราช ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา มีอาณาเขตติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมหาสมุทรแอตแลนติก มีเมืองหลวงชื่อราบัตและมีเมืองใหญ่สุดคือกาซาบล็องกา กาซาบล็องกาเป็นเมืองที่ครึกครื้นที่สุดของโมร็อกโกเป็นแหล่งธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีงานศิลปะที่น่าตื่นเต้นเป็นที่สุด มีดีไซน์เนอร์ที่สร้างสรรค์ที่สุด

โมร็อกโกมีเมืองที่น่าเที่ยวมากมายจนคุณคิดไม่ถึงแต่วันนี้ Journista จะแนะนำบางเมืองให้คุณได้รู้จัก

  • เมืองกาซาบล็องกามีสถานที่เที่ยวมากมาย อย่าง ตลาดกลาง (Central Market) ซึ่งมีอาหารทะเลสด ๆ ใหม่ ๆ คุณภาพเต็มๆจากท้องทะเลแถบเมดิเตอร์เรเนียน มาวางเรียงรายขายกันทั้งตลาด มีสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวคือ สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 , ชายทะเลย่านไอน์เดียบ ฯลฯ
  • เมืองราบัตเป็นเมืองหลวงของโมร็อกโก มีสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวคือ ป้อมไอดูยะ , สุสานกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 , พระราชวังหลวง ฯลฯ
  • เมืองมาร์ราเกซเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก กาซาบล็องกาและเป็นหนึ่งในสี่เมืองแห่งราชอาณาจักร อิมพีเรียลซิตี้ ได้แก่ ราบัต เพซ เมกเนส และมาร์ราเกซ สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองมาร์ราเกช คือ พระราชวังบาเฮีย , สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน , มัสยิด คูตูเบีย ฯลฯ
  • เมืองเฟสเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโมร็อกโก เมืองโบราณสุดคลาสสิคที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปคือพระราชวังเมืองเฟส (Fes) , เมืองเฟสในเขตเมืองเก่า ฯลฯ

โมร็อกโกมีเมืองอีกมากมายและสถานที่ท่องเที่ยวอีกเยอะที่จะให้คุณได้ไปเที่ยวชมความสวยงามของประเทศโมร็อกโก

โมร็อกโก แดนหรรษาบนแอฟริกาตอนเหนือ

โมร็อกโก
โมร็อกโก
โมร็อกโก
โมร็อกโก

โมร็อกโก…แดนหรรษาบนแอฟริกาตอนเหนือ(e-magazine)

ประเทศโมร็อกโก หรือ ราชอาณาจักรโมร็อกโก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา มีอาณาเขตติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมหาสมุทรแอตแลนติก มีช่องแคบยิบรอลตาร์แบ่งกั้นกับประเทศสเปน โมร็อกโกเป็นประเทศที่มีความแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ในทวีปเดียวกันอย่างมาก ซึ่งมีทั้งความทันสมัยและความเจริญรุ่งเรืองกว่า เนื่องจากครั้งหนึ่งประเทศทางยุโรปอย่างสเปนและฝรั่งเศส เคยเข้ามามีบทบาทในทางการเมืองและการปกครอง จึงนำเอาวัฒนธรรมต่าง ๆ เข้ามาเผยแพร่ด้วย จึงทำให้ดินแดนแห่งนี้มีความเป็นยุโรปอยู่มาก

 แต่ประชากรมีหลากหลายชาติพันธุ์ผสมผสานกัน ทั้งชนชาตินิกรอยหรือแอฟริกันนิโกร คอเคซอยด์ ได้แก่ชาวอาหรับ และชาวยุโรป ชนพื้นเมืองคือชาวเบอร์เบอร์ หากจะเรียกว่าเป็นแดนอาหรับก็น่าจะได้ เพราะมีความคล้ายคลึงกับประเทศแถบตะวันออกกลางเช่นกัน คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่ก็มีชาวยิวอยู่เป็นจำนวนมาก คนที่นี่บอกว่าพวกเค้าอาจเป็นอิสลามที่ไม่เคร่งครัดที่สุดในโลกก็ได้ เพราะเค้าเลี้ยงสุนัข ดื่มไวด์ และสูบบุหรี่ด้วย แล้วสาว ๆ ที่นี่ก็เปรี้ยวจี๊ด นุ่งน้อยห่มน้อย ก็คงจะได้รับวัฒนธรรมจากยุโรปอยู่มากโขทีเดียว

โมร็อกโกยังคงมีความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ และงดงามอยู่มาก เนื่องจากยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก จึงเป็นประเทศที่น่าสนใจในการไปเยือน รวมถึงสถานที่เที่ยวก็มีมากมายหลายเมือง อย่าง เมืองท่าคาซาบลังกา ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโมร็อกโก

โมร็อกโก

 เมืองคาซาบลังกา แต่เดิมเป็นเมืองท่าเล็ก ๆ แต่เนื่องจากมีกองถ่ายภาพยนต์ยกกองมาถ่ายทำกันที่เมืองนี้ แล้วก็มีเพลงเกี่ยวกับเมืองนี้ด้วย เมื่อหลายสิบปีก่อน จึงเริ่มเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป จนทำให้ทุกวันนี้ เมืองคาซาบลังกากลายเป็นเมืองท่า ศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย หากมาเที่ยวเมืองนี้ก็จะได้เห็นสาว ๆ นุ่งสั้น ใส่สายเดี่ยว เอวลอย พูดคุยกับชายหนุ่มอย่างเปิดเผย ซึ่งต่างจากชาวมุสลิมทั่วไป

โมร็อกโก

เมืองคาซาบลังกามีสถานที่เที่ยวมากมาย อย่าง ตลาดกลาง (Central Market) ซึ่งมีอาหารทะเลสด ๆ ใหม่ ๆ คุณภาพเต็มปากเต็มคำจากท้องทะเลแถบเมดิเตอร์เรเนียน มาวางเรียงรายขายกันทั้งตลาด สำหรับนักช้อปก็ต้องไปที่ย่าน Habous District ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งศูนย์รวมนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือนที่นี่

โมร็อกโก

ย่านไอน์เดียบ (Ain Diab) สถานที่พักตากอากาศของผู้มีอันจะกิน และผู้มีชื่อเสียงในสังคม เป็นชายหาดริมทะเลแถบมหาสมุทรแอตแลนติก ในเมืองคาซาบลังกา ซึ่งดาราฮอลลีวูดชื่อดังหลายคนก็มีบ้านพักอยู่ในย่านนี้ นอกจากทิวทัศน์ที่งดงามแล้ว ย่านนี้ยังมีภัตตาคาร ร้านอาหารหรูหราราคาแพงอยู่มากมาย สมกับเป็นย่านคนรวยจริง ๆ

โมร็อกโก

เมืองมาร์ราเกซ (Marrakesh) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก คาซาบลังกา และเป็นหนึ่งในสี่เมืองแห่งราชอาณาจักร อิมพีเรียลซิตี้ ได้แก่ ราบัต เพซ เมกเนส และมาร์ราเกซ

โมร็อกโก

มาร์ราเกซเป็นเมืองที่มีสีสันแห่งชีวิต โดยเฉพาะจัตุรัสเก่าแก่ใจกลางเมืองอย่าง เจมา เอล ฟนา (Djemaa El Fnaa) เปรียบเสมือนเวทีกลางแจ้งที่มีสีสันแห่งชีวิตของเหล่านักแสดงโชว์การละเล่นพื้นเมือง และเป็นที่ทำมาหากินของนักมายากล หมองู ช่างขัดรองเท้า แถมมีบริการถอนฟันด้วย จึ๋ย… แต่ที่โดดเด่นเห็นจะเป็น รถเข็นขายน้ำส้มคั้นสด ๆ จอดขายกันเรียงรายตลอดทางย่านนี้

เสน่ห์ของมาร์ราเกซอยู่ที่การกำหนดของรัฐบาล โดยให้ทุกบ้านเรือนในเมืองนี้ทาสีส้มได้เพียงสีเดียวเท่านั้น สีจะออกเหมือนสีส้มอิฐ เมื่อกระทบกับแสงแดดก็จะสะท้อนออกเป็นสีอมชมพู คนที่นี่เค้าเลยเรียกเมืองนี้ว่า “เมืองสีชมพู” ก็น่ารักดี

โมร็อกโก
โมร็อกโก

หากเบื่อในเมืองแล้ว สามารถออกไปสัมผัสธรรมชาตินอกเมืองกันต่อที่ หุบเขาโอริก้า บน เทือกเขาไฮแอตลัส (High Atlas Mountains) ซึ่งออกจากตัวเมืองมาร์ราเกซไปทางตอนใต้ประมาณ 60 กิโลเมตร เทือกเขาไฮแอตลัส เป็นแนวเทือกเขาที่มีความสำคัญที่กั้นเมืองมาร์ราเกซกับทะเลทรายซาฮารา มีระดับความสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งมีความหลากหลายของลักษณะอากาศ ที่มีทั้งความชื้นและแห้งแล้ง ตามแนวเชิงเขาเขตแห้งแล้ง เราสามารถพบเห็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ของชาวโมร็อกโก ที่มีการปลูกสร้างอย่างกลมกลืนไปกับธรรมชาติอยู่ตลอดแนว ช่างเป็นเหมือนภาพเขียนที่งดงามน่าประทับใจ

โมร็อกโก

มาถึงโมร็อกโกหากไม่พูดถึงเมือง เฟซ (Fes) ก็คงไม่ได้ เพราะเมืองนี้เป็นเมืองเก่าประดุจเขาวงกต ที่มีความซับซ้อนในการปลูกสร้างบ้านเรือนที่ย้อนยุคไปกว่าพันปี มีตรอกซอกซอยกว่า 9,000 แขนง ความลึกลับซับซ้อนกลับกลายเป็นมนต์เสน่ห์ที่ล่อให้นักท่องเที่ยวไปติดกับจนยากที่จะหาทางออก เมืองนี้ยังมีการใช้ลาเป็นพาหนะอยู่ แหม…ช่างเหมือนเดินอยู่ในดินแดนแห่งนิยายปรัมปราแบบอาหรับเสียจริง

โมร็อกโก

อาหารโมร็อกโกมีความแตกต่างจากอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนในแถบยุโรป ซึ่งดูคล้ายกับมีความเป็นอาหรับเข้ามาช่วยเสริม แต่มีจุดเด่นเฉพาะตัวคือจะเสริฟมาในภาชนะที่มีฝาปิด เรียกว่า ทาจีน (Tagine) เป็นโลหะที่ทนและเก็บความร้อน เค้าจะใช้ภาชนะนี้ตั้งไฟปรุงอาหาร เมื่อปรุงเสร็จก็ยกมาเสริฟแบบนั้นเลย

โมร็อกโก

อาหารจานหลักของโมร็อกโกคือ Seafood Tagine มีปลา หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ หอยตลับ ปลาหมึก กุ้ง ก็คือรวมปาร์ตี้ซีฟู๊ดนั่นแหละ (เนื่องจากมีน่านน้ำในการหาปลาเขตทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อาหารทะเลจึงมีมากมาย) แล้วก็ใส่มันฝรั่ง มะเขือเทศ แครอท มะกอก เครื่องเทศ และส่วนผสมอีกมากมาย โป๊ะมาบนข้าว หน้าตาน่ากิน

โมร็อกโกยังมีความงามของธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่หลายแห่ง และยังเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมที่น่าสนใจ อีกทั้งสถาปัตยกรรมก็ยังคงรูปแบบเก่าแก่มาหลายร้อยปี จึงเป็นอีกหนึ่งประเทศมหาเสน่ห์ที่น่าไปเยือน

โมร็อกโก แดนหรรษาบนแอฟริกาตอนเหนือ

ที่ท่องเที่ยวโมร็อคโก

ท่องแดนโมร็อกโก สนุกแบบไม่ตั้งใจ

ท่องแดนโมร็อกโก สนุกแบบไม่ตั้งใจ

จุดเริ่มต้นของการออกเดินทาง แต่ละคนนั้นมีที่มาต่างกัน

สำหรับ น้ำผึ้ง กานต์พิชชา พิชยศ สาววัย 24 ปี ซึ่งมีคุณแม่(ไพลิน พิชยศ)เป็นนักเดินทางตัวยง รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ถึงขนาดตอนตั้งท้องน้ำผึ้ง คุณพ่อต้องสั่งห้ามไม่ให้เดินทาง ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่เธอคนนี้มี DNA ของการเดินทางอยู่ในชีวิตจิตใจ

เห็นว่าเพิ่งมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก

ใช่คะ หนังเรื่อง รักโง่โง่ เล่นกับพี่โตโน่เดอะสตาร์ ตอนนี้รอหนังอีกเรื่อง คุยกับผู้กำกับ พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ ไว้แล้วตอนนี้เขากำลังเขียนบทอยู่ อีกอย่างน้ำผึ้งกำลังรอให้ผมยาว ซึ่งทีแรกเป็นคนที่ผมยาวถึงกลางหลังเลย พอเล่นหนังเรื่องรักโง่โง่ ต้องตัดผม กลายเป็นคนผมสั้น เวลารับงานก็ไม่สามารถรับงานได้หลากหลายในช่วงนี้ เพราะผมสั้นมาก

น้ำผึ้งเข้าสู่วงการได้อย่างไร

เริ่มจากงานเดินแบบค่ะ ความจริงน้ำผึ้งไม่ได้เป็นคนที่หน้าตาดีเลยนะ มาได้ตรงที่ตัวสูง (หัวเราะ) ตอนม.ปลาย (โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี) ไปเรียนพิเศษแถวๆ สยามสแควร์ กำลังเดินอยู่ตามถนนก็มีพี่คนหนึ่งมาชวนเข้าวงการเราก็ไม่กล้า ตอนนั้นยังไม่เคยทำงานอะไรเลย แต่ได้มาสตาร์ททำงานจริงๆ กล้ารับงานก็ตอนเรียนอยู่ปี 2 ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง (คณะมนุษยศาสตร์ สื่อสารมวลชน) แล้วคะ แล้วเริ่มสตาร์ทงานเดินแบบก่อนเพราะไปรู้จักรุ่นพี่ที่เขาเป็นเจ้าของบริษัทออแกนไนซ์ เห็นว่าเราตัวสูงก็เลยจับไปแต่งตัวเดินแบบ ปี 2552 ก็ไปประกวดนางสาวไทย ติด 1 ใน 10 และได้รางวัลนางงามผิวสวยด้วยคะ

เลยทำให้เรามีโอกาสได้แสดงหนัง?

พอเราผ่านเวทีประกวดนางงามก็ทำให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นเราเป็นคนที่ไม่มั่นใจเลย พอมีตำแหน่งมีอะไรก็โอเค ก็เลยไปเข้าประกวดเวที ดิแอคติ้งควีนส์ เข้ารอบสุดท้าย เหมือนเป็นเวทีที่ปูทางให้เราได้เจอกับผู้กำกับหนังเรื่องนี้ ชวนให้ไปแคสหนัง พี่ปุ๊กเขาเป็นคนที่ชอบอะไรที่เพียวมาก เพราะน้ำผึ้งไม่เคยแสดงหนัง ไม่เคยแสดงละคร และไม่เคยเรียนแอคติ้งมาก่อน เขาบอกว่าชอบตรงที่เราดูตื่นเต้น

ได้ข่าวว่าตัวจริงของน้ำผึ้งเป็นคนที่ชอบเดินทางมาก?

ใช่คะ น้ำผึ้งเป็นคนชอบเที่ยว (ยิ้มหวาน) เที่ยวมาตั้งแต่จำความได้ น่าจะตามคุณแม่ เพราะคุณแม่เล่าให้ฟังว่าชอบเที่ยวมากจนท้องน้ำผึ้งคุณพ่อก็ห้ามไม่ให้เดินทาง ภาพที่เราจำได้และติดมาตั้งแต่เด็กคือ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ คุณแม่ก็จะพาออกเดินทางไปต่างจังหวัด เหมือนวันหยุดปั๊บเราต้องเที่ยว ติดมาจนเป็นนิสัย อย่างน้อยได้ออกจากบ้านไปเดินตามห้างฯ เราก็ถือว่าเที่ยวแล้ว (หัวเราะ)

น้ำผึ้งชอบเที่ยวที่ไหน

ส่วนมากน้ำผึ้งก็จะเที่ยวในประเทศ เพิ่งจะไม่กี่ปีมานี้ที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง ส่วนมากก็ไปกับเพื่อนๆ ที่แรกเลยเป็นฮ่องกง ไปกับน้องสาว เพราะมีคุณป้ากับคุณลุงเป็นเชฟอยู่ที่นั่น ตื่นเต้นมาก กลัวด้วยกลัวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง แต่ก็อายุ 19 ปีแล้วนะเราพูดภาษาอังกฤษไม่แข็ง พาน้องไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ พอไปเที่ยวแล้วตื่นเต้นกับทุกอย่างที่ไปเห็น โอเชี่ยนปาร์คก็ตื่นเต้นมาก ไปฮ่องกงมา 2 ครั้งแล้ว จากนั้นก็ไปเที่ยวเกาหลี เพราะจะทำธุรกิจเสื้อผ้ากับเพื่อนก็เลยไปหาซื้อเสื้อผ้ามาขาย แต่ก็ไปไม่รอดกับธุรกิจนี้ (หัวเราะ)

ล่าสุดเห็นว่าเพิ่งกลับจากโมร็อคโก?

ใช่คะ ความจริงประเทศนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาเลย เพราะดูเป็นประเทศมีอารยธรรม น้ำผึ้งเป็นคนที่ชอบเมืองแฟชั่นมากกว่า แต่ทริปนี้พวกคุณป้าคุณอาเขาจัดกัน เขาอายุ 50-60 กันแล้วนะคะ เขาเหมือนกับอยากไปศึกษาอารยธรรม เป็นญาติๆ กัน มีเพื่อนป้า ไปทั้งหมด 18 วัน ค่าใช้จ่ายต่อคนประมาณแสนหกหมื่น ถือว่าคุ้ม ตอนแรกไม่คิดว่ามันจะสนุก ตอนแรกเขามาชวนก็คิดว่าจะไม่ไป พอคิดอีกทีถ้าเราไม่ไปก็คงไม่มีโอกาสไป เพราะเป็นประเทศที่เราคงไม่คิดจะไป

ประทับใจประเทศนี้ตรงไหน

เป็นเมืองที่สวยมาก พอได้เห็นอารยธรรมของที่นั่นแล้วก็ชอบ คิดว่าคงเหมือนฝรั่งมาเห็นวัดบ้านเรา พอเราเห็นสุเหร่าของแต่ละเมืองก็ประทับใจมาก อากาศบ้านเขาเป็นหน้าหนาวพอดี ก็คือเมื่อธันวาคมที่ผ่านมานี่เอง มีโอกาสไปนั่งอูฐที่ทะเลทรายเป็นอากาศที่ร้อนมากและหนาวมาก กลางคืนอากาศติดลบ ถ้าร่างกายไม่ฟิตจริงๆ จะป่วยได้ น้ำผึ้งก็ไม่สบายตอนที่อยู่ที่โน่น กลับมาก็ไม่สบายอีก ป้าๆ ที่ไปก็ไม่สบายกันเยอะ มีทั้งฝน ร้อนหนาวในวันเดียวกัน

ตกลงชอบตรงไหนของโมร็อคโก

อย่างแรกที่ประทับใจคืออูฐ เราฝันว่าชีวิตหนึ่งอยากนั่งอูฐ พอได้นั้งแล้วประทับใจมากกว่าที่คิดไว้อีก ได้นั่งอูฐทั่งวันเลย เพระเดินทางไกล ตอนขึ้นเหมือนเราขึ้นช้างพอเดินเขาจะแข็งแรงเดินหนักกว่าช้างอีกเพราะต้องย่ำไปในทะเลทราย ป้าๆ ที่ไปกับน้ำผึ้งเขาแข็งแรงกว่าเพราะเขาเที่ยวเป็นอาชีพอยู่แล้ว อีกอันที่ประทับใจคือแพะ ที่ขึ้นไปอยู่บนต้นอารากั้นออย เป็นต้นไม้แห้งๆ ชนิดหนึ่ง ความสูงเท่าต้นฝรั่งบ้านเรา ลำต้นหนาๆ แตกกิ่งก้านออกมา แพะขึ้นไปยืนบนต้นไม้ เห็นได้ที่ประเทศนี้และตรงนี้ ต้นไม้ชนิดนี้มีทั้งหมดในโลกแค่ 200 ต้น แต่ 3 ต้นมีแพะอยู่เต็มเลย เพื่อไปกินผลของอารากั้นออย มันยืนเกร็งบนลำต้น เราตบมือเรียกมัน ยิ่งเกร็งเพราะมันกลัวตกลงมา ตลกมากๆ

อีกแห่งหนึ่งก็คือ ตลาดมาราเกรซ คล้ายๆ ตลาดมืดบ้านเรา วางของขายเกลื่อนเลย เห็นแล้วตื่นเต้นมาก ของบ้านเขาก็ไม่มีอะไรหรอก มีแต่โคมไฟ พรม จะมีของเพ้นท์เป็นลายสวยๆ น้ำผึ้งซื้อไหเล็กๆ เพ้นท์สวยๆ มาให้แม่ แล้วที่นั่นก็มีงูเห่าตัวใหญ่ๆ งูมันเหมือนเหนื่อยๆ นอนอยู่เฉยๆ น้ำผึ้งขอเข้าไปถ่ายรูป ซึ่งไกด์เตือนไว้แล้วว่าคนที่นี่เขาจะโกงนะ ตอนแรกตกลงไปว่า 50 บาท พอถ่ายเสร็จเขาจะเอา 300 บาท ถ้าไปตลาดนี้ต้องระวังนิดหนึ่ง

อาหารการกินเป็นอย่างไรบ้าง

ถ้าใครชอบอาหารมุสลิมก็คงสบาย เขาจะมีไก่ทาจีน ถามว่ากินได้ไหม ก็คือกินได้ แต่ที่นี่จะมีเนื้อแกะ เนื้อแพะเยอะแต่เราไม่กินเนื้อสัตว์หนักๆ ขนาดนี้ กินได้แต่ขนมปังกับไก่ทาจีน แล้วก็เอาน้ำพริกที่พกไปด้วยคลุกกินด้วยกัน ข้าวที่นั่นจะเม็ดเล็กๆ เรียกว่าข้าวคูสคูส มีทุกมื้อ อยู่ 18 วัน วันละ 3 มื้อ ต้องพึ่งมาม่าบ้าง และกลายเป็นคนชอบน้ำพริกไปเลย อยู่เมืองไทยไม่ค่อยกินน้ำพริก แต่กลับมาเลยกลายเป็นคนชอบน้ำพริกไปเลย(หัวเราะ)

ถ้ามีคนชวนไปเที่ยวโมร็อคโกอีกจะไปไหม

ไปได้นะคะ แต่ต้องมีการเตรียมพร้อมยิ่งกว่านี้ คือต้องเตรียมมาม่า น้ำพริก ซอส ทุกอย่างที่ปรุงง่ายๆ ติดตัวไป ซุปไก่ก้อนนี่ช่วยได้เหมือนกัน วันที่ไปนอนทะเลทรายจะมีคนจูงอูฐกางเต้นท์ให้เรานอนและทำอาหารให้เรากิน เราก็ไปดูเขาปรุงอาหาร พอเขาจะใส่เครื่องเทศทุกคนก็บรีบห้ามบอกว่าโนๆๆ เพราะอาหารในโรงแรมเราห้ามเขาไม่ได้เขาปรุงมาแล้ว แต่นี่เราเห็นเขาปรุงก็เลยรีบห้าม แล้วให้เขาใส่ซุปก้อนลงไปในโจ๊กข้าวคูสคูส เราก็ทำเป็นเนียนคุยกับเขาว่าจะช่วยทำอาหาร อยากอยู่แบบนั้นไม่อยากเข้าเมืองไปเจอไก่ทาจีน กับข้าวคูสคูสในเมืองเลย

มีวิธีเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนเดินทาง โดยเฉพาะกระเป๋าเสื้อผ้า?

ตอนไปน้ำผึ้งแทบจะซื้อเสื้อผ้าใหม่หมดเลยเพราะประเทศนี้เขาค่อนข้างปิด ต้องแต่งตัวมิดชิดห้ามนุ่งกางเกงขาสั้น ขาเดฟ ซึ่งเรามีแต่เสื้อผ้าแบบนี้ ก็เลยต้องไปชอปปิงซื้อเสื้อผ้าใหม่หมดเลย และอากาศค่อนข้างหนาวก็ต้องซื้อเสื้อกันหนาวแบบหนาๆ เราเอากางเกงจินนี่ เสื้อระบายไปใส่ ปรากฎว่าเป็นเสื้อผ้าที่เขาไม่ใส่กันที่นั่น แต่เราไม่รู้ไง

ประเทศที่น้ำผึ้งใฝ่ฝันจะไปเที่ยวคือประเทศอะไร

แถบยุโรปค่ะ อิตาลี ฝรั่งเศส ที่น่าเจ็บใจคือประเทศที่เราไปก็อยู่ติดๆ กัน แต่เราไม่สามารถข้ามไปเที่ยวได้ ห่างกันประมาณ 20 กิโลเมตรเอง เห็นหลังคายุโรปแต่ข้ามไปไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นไรประเทศที่เราไปก็น่าสนใจไม่น่าเบื่อ ลำบากแค่อาหารการกินอย่างเดียวเท่านั้นเอง

แล้วอนาคตอันใกล้นี้วางแผนจะไปเที่ยวที่ไหน

น่าจะเป็นญี่ปุ่นนะคะ เพราะเป็นประเทศแรกๆ ที่อยากไปที่สุด แต่มาคิดว่าค่าใช้จ่ายสูงกว่าประเทศเกาหลีและฮ่องกง ก็เลยพาน้องสาวไปเที่ยวฮ่องกงก่อน คิดว่าต่อไปจะเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว อยากเจอหิมะ อยากเล่นสกี อยากไปหน้าหนาวที่ญี่ปุ่นค่ะ อยากไปทริปตกปลาทะเลที่เขาไปอยู่ตรงที่มีรหิมะตลอดทั้งวันทั้งคืน เพราะเป็นคนชอบผจญภัยเข้าป่า อยากไปเที่ยวป่าอเมซอน น้ำผึ้งเป็นคนแนวนั้น

The Grand Morocc Hotel โรงแรมสไตล์โมร็อกโก งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเขตร้อน

ถึงช่วงเทศกาลปีใหม่จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่จังหวัดเชียงใหม่ก็ยังคงน่าเที่ยวอยู่ตลอดทั้งปี ครั้งนี้จะพาออกนอกเมืองนิดหน่อย เพียงไม่กี่กิโล เพื่อพบกับ The Grand Morocc Hotel (เดอะ แกรนด์ โมร็อก) โรงแรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หยิกยกสถาปัตยกรรมของปราสาทอันมีอารยธรรมมาอย่างยาวนานของประเทศโมร็อกโก ทั้งภายนอกและภายในรอให้คุณเข้าไปเช็คอิน นอกจากการตกแต่งสวยๆ ความพิเศษของโรงแรมและเป็นจุดไฮไลท์ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็คือ มีบริการให้ยืมชุดพื้นเมือง ไม่ว่าจะโมร็อกโก หรือ อาหรับ ก็สามารถถ่ายรูปสวยๆได้ทุกมุมโรงแรมตกแต่งโรงแรมโรงแรมเชียงใหม่ที่พักเชียงใหม่The Grand Morocc Hotelตกแต่งโรงแรมโรงแรมเชียงใหม่ที่พักเชียงใหม่The Grand Morocc Hotelว่ากันว่า…โมร็อกโก นั้นเป็นดินแดนแห่งทะเลทราย งดงามด้วยมนตร์เสน่ห์แบบแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ เกิดจากวัฒนธรรมแขกผสมกับยุโรป การออกแบบโรงแรมจึงมีลักษณะใหญ่โตโอ่อ่า เป็นอาคารสามชั้น โดยภายนอกนั้นเลือกใช้โทนสีอ่อนอย่าง ฟ้าและ ขาว สวยงามมีซุ้มโค้งเว้าพร้อมแต่งแต้มลวดลายอันวิจิตรตระการตา เราจะเห็นว่าสระว่ายน้ำถูกล้อมรอบด้วยห้องพัก ฉะนั้นทุกห้องจะได้ทั้งวิวสระว่ายน้ำและวิวจากระเบียงมองเห็นธรรมชาติซึ่งอยู่รายรอบ เมื่อเข้ามาภายในเราจะเห็นการตกแต่งอย่างสวยงาม เสมือนหลุดไปอีกซีกโลก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากปราสาทโมร็อกโก เป็นการผสานกลิ่นอายวัฒนธรรม ความทันสมัย และสภาพภูมิอากาศในบ้านเมืองเขตร้อนเข้าไว้ด้วยกัน เสาแต่ละต้นตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคสีสันจัดจ้าน ส่งผลให้สเปซรอบโรงแรมดูลงตัว ต่อมาคือโซนล็อบบี้ ตกแต่งไว้อย่างมีงดงามเช่นกัน บอกเล่าเรื่องราวความเป็นโมร็อกโกผ่านลวดลายบนผนัง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆดูมีความขลังและโบราณ โคมไฟระย้าคริสตัลถูกเลือกสรรมาตกแต่งภายในโรงแรมอย่างน่าสนใจตกแต่งโรงแรมโรงแรมเชียงใหม่ที่พักเชียงใหม่The Grand Morocc Hotelโรงแรมประกอบไปด้วย 51 ห้องพัก แบ่งออกเป็น Deluxe Suite , Grand Deluxe Suite,Family suite, Grand Family suite ทุกห้องจะมีห้องนั่งเล่นห้องครัว และระเบียงกว้างขวางให้ได้ออกไปนั่งรับลมจิบกาแฟ มองภูเขา อย่างห้องนี้คือห้อง Deluxe Suite ขนาด 60 ตารางเมตร ภายในห้องนอนตกแต่งด้วยโทนสีขาว แล้วแต่งแต้มไอเท็มสีสันจัดจ้าน อย่าง หมอนอิง เพิ่มความนุ่มนวลต่อสายตาด้วยโคมไฟ หัวเตียงรูปโดมเป็นผนังกระจก แล้วกรุแผ่นเหล็กฉลุลาย เพิ่มภาพสะท้อนให้ดูมีมิติ ตกแต่งโรงแรมโรงแรมเชียงใหม่ที่พักเชียงใหม่The Grand Morocc Hotelถัดมาคือส่วนของห้องนั่งเล่น แบ่งแยกการใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน สะท้อนความอลังการให้มีกลิ่นอายพื้นเมืองเผยให้เห็นความมั่งคั่งของเมืองอาหรับผ่านเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะกลางไม้สีเข้ม โซฟาตัวยาวถูกฉลุลายขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม พรมลายพื้นเมือง โคมไฟระย้าเชิงเทียน เป็นต้นตกแต่งโรงแรมโรงแรมเชียงใหม่ที่พักเชียงใหม่The Grand Morocc Hotelมุมอ่านหนังสือเลือกใช้โต๊ะไม้สีเข้ม สะดุดตากับเบาะนั่งสีแดงสดใส และโคมไฟตั้งโต๊ะ แล้วเสริมพรมลวดลายโบราณเพิ่มความอบอุ่นตกแต่งโรงแรมโรงแรมเชียงใหม่ที่พักเชียงใหม่The Grand Morocc HotelThe Grand Morocc Hotel โรงแรมสไตล์โมร็อกโก งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเขตร้อนห้องน้ำโชว์กระเบื้องลายโบราณสีสันฉูดฉาด แต่แฝงด้วยความหรูหราจากแอ๊กเซสซอรี่ที่ขาดไม่ได้เลยคือเครื่องทองเหลือง นอกจากนี้กรอบกระจกไม้ยังฉลุลายเพื่อให้เข้ากับสไตล์โมร็อกโกและเกิดมิติยามกระทบแสงไฟตกแต่งโรงแรมโรงแรมเชียงใหม่ที่พักเชียงใหม่The Grand Morocc HotelThe Grand Morocc Hotel โรงแรมสไตล์โมร็อกโก งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเขตร้อนระเบียงนั่งเล่นปูพื้นกระเบื้อง แล้ววางม้านั่งไม้เสริมเบาะสีแดงสดใส จับคู่กับโต๊ะกลางเตี้ยๆได้อย่างลงตัว สำหรับใครอยากพักในบรรยากาศฟินๆ แบบนี้ สามารถจองห้องพักและไปกันได้เลยที่ The Grand Morocc Hotel โทร 053- 299- 834 , 088- 831 – 0656 อีเมล [email protected] หรือแฟน

The Grand Morocc Hotel โรงแรมสไตล์โมร็อกโก งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเขตร้อน

ที่พักโรงแรมในโมร็อคโก

5 ที่พักสไตล์โมร็อกโกริมทะเล ดีไซน์เก๋ไก๋โดนใจสายชิค บรรยากาศโคตรโรแมนติก

Morocco ประเทศแห่งทะเลทรายซาฮารา ดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของทวีปแอฟริกา ที่มีอารยธรรมเก่าแก่โบราณ ใกล้ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและด้วยความโดดเด่นของทางเข้าเมืองเก่าประตูสีฟ้า Blue Gate ศิลปะของชาวอิสลาม ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบ งานเซลลิจฟ้าสลับขาวสวยงาม ประตูบานโค้งนี้จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ของโมร็อกโกอันวิจิตรบรรจง จนหลากหลายสถานที่นำมาสร้างเป็นที่พัก รีสอร์ท และเมื่อได้มองเห็นประตูโค้งทรงนี้จะต้องนึกถึงประเทศโมร็อกโกทันที วันนี้ทริปเก็ทเตอร์จึงเสาะหาที่พักที่ยกเอาโมร็อกโกมาไว้ให้คุณในประเทศไทยแล้ว บอกเลยแต่ละที่นั้นสวยงามและออกแบบได้วิจิตรบรรจงไม่แพ้ประเทศโมร็อกโกเลยทีเดียว

1.วิลล่า มาร็อก รีสอร์ท, ประจวบคีรีขันธ์
(Villa Maroc Resort)

เริ่มต้นด้วยที่พักที่เมื่อก้าวเท้าเข้ามาแล้ว เหมือนหลุดเข้ามาสู่โมร็อกโก ด้วยการออกแบบอาคารสีสันเจิดจรัส และห้องพักที่ถ่ายทอดเอาสถาปัตยกรรมและศิลปะอันสวยงามทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งการใช้ประตูทรงโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ และความสวยงามของโมร็อกโกถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเดินไปส่วนไหนของโรงแรมก็เหมือนอยู่โมร็อกโก ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 15 ห้อง 5 รูมไทป์ ได้แก่ Pool Courts, Pool Villas, One-Bedroom Villa, Two-Bedroom Villa และRoyal Villas มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย และเฟอร์นิเจอร์อันหรูหรา พร้อมสระว่ายน้ำริมชายหาด

VillaMaroc-01
VillaMaroc-01
VillaMaroc-01

2.มาราเกช หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา
(Marrakesh Hua Hin Resort & Spa Hotel)

ต่อด้วยอีกหนึ่งที่พักที่ใช้ชื่อ “มาราเกซ” เมืองท่องเที่ยวริมทะเลในประเทศโมร็อกโก ที่ได้ฉายาว่า “City of Red” หนึ่งในเมืองที่มีสีสันสดใส สร้างด้วยดินสีแดง ที่นี่จึงดึงเอาเอกลักษณ์อันโดดเด่นมาผสมผสานกับสไตล์ Neo-Morocco จนได้เป็นรสอร์ทที่อบอวลไปด้วยบรรยายาศแห่งโมร็อกโก โดยที่นี่จะแบ่งออกเป็น 3 โซน ตั้งอยู่คนละตึกใช้ชื่อได้เข้าธีมทะเลทรายมากๆ มีห้องพักทั้งหมด 7 แบบ 2 โทนโดยใช้สีตามความเชื่อของชาวอาหรับในเรื่องแสงแดดและท้องทะเล ได้แก่ สีแดงและสีน้ำเงิน ภายในห้องพักกว้างขวาง ตกแต่งในสไตล์อาหรับและแฝงไปด้วยกลิ่นอายของโมร็อกโก ห้องพักมีระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบ 180 องศา มาพร้อมสระว่ายน้ำยาวไปจนถึงชายหาด ให้คุณได้เล่นน้ำพร้อมกับชมวิวท้องทะเลสีฟ้าคราม และยังมีกิจกรรมหลากหลายให้ เช่น การทำสปาสไตล์โมร็อกโก คลาสทำขนม-อาหาร คลาสโยคะ และช่วงบ่ายๆ จิบชา Afternoon Tea มาเยือนที่นี่แล้วได้ครบจริงๆ

Marrakesh_2
Marrakesh_2

Location: ซอยหัวหิน 83/1-85 ถนนเพชรเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
Price: ราคาเริ่มต้น 3,700 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาโทรสอบถามล่วงหน้า)
Phone: 032 616 777
Facebook: Marrakesh Hua Hin Resort & Spa
Website: Marrakesh Hua Hin Resort & Spa

3.อัล เมดินา บีช เฮ้าส์, จันทบุรี
(Al Medina Beach House)

“Al Medina Beach House” มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อกโกจากชื่อเมืองเก่าในประเทศโมร็อกโกกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างรีสอร์ท โดยใช้ชื่อเมือง “Medina” มาเป็นชื่อรีสอร์ท ด้วยการตกแต่งรีสอร์ทที่หยิบเอาคงามงามของสถาปัตยกรรมอินเดียผสมผสานกับความเป็นเมดิเตอร์เรเนียน แต่เลือกใช้สีอาคารสีขาวโทนอ่อน ให้ความรู้สึกเรียบหรู มีห้องพักทั้งหมด 9 ห้อง โดยตั้งชื่อตามชื่อเมืองต่างๆ ในโมร็อกโก คือ Marrakech, Fez, Casablanca, Essaouira, Asilah, Tangier, Rabat, Meknes และSale โดยแต่ละห้องได้วิวที่แตกต่างกันอย่างห้อง Marrakech ที่สามารถชมวิวได้ถึง 3 ด้าน ทั้งวิวพระอาทิตย์ตกลับขอบทะเล วิวภูเขาสีเขียวชอุ่ม และวิวท้องทะเลสีคราม สำหรับใครชอบห้องพักที่ได้วิวดีดีแบบนี้แนะนำเลยค่ะ

Al-Medina_1
Al-Medina_1
Al-Medina_1


Location: 
99 หมู่ 7 หาดคุ้งวิมาน ต.คลองขุด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี
Price: ราคาเริ่มต้น 3,000 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาโทรสอบถามล่วงหน้า)
Phone: 085 334 3555, 085 155 3333
Facebook: Al Medina Beach House

4.ริยาจ หัวหิน โฮเทล
(Riad Hua Hin Hotel)

“Riad Hua Hin Hotel” ริยาจในภาษาอาหรับ หมายถึง ที่พักที่ซึ่งลรายล้อมไปด้วยต้นไม้และธรรมชาติ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมสไตล์โมร็อกโกผสมผสานความเป็นเมดิเตอร์เรเนียนด้วยอาคารสีเหลืองสดใส มีห้องพักทั้งหมด 12 ห้อง 3 รูมไทป์ ได้แก่ แมวนอน แมวนั่ง และแมวยืน โดยแต่ละห้องมองเห็นวิวแตกต่างกันออกไป ห้องที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่คือ ห้องแมวนอน ซึ่งอยู่ติดกับสระว่ายน้ำ พร้อมจากุชชี่ให้คุณได้นอนแช่ตัวอย่างสบายอุรา ภายในกว้างขวาง โปร่ง โล่งสบาย มีระเบียงให้คุณได้ออกมาถ่ายรูป ชมวิวท้องทะเลเขาตะเกียบได้แบบ 180 องศา

Riad_2
Riad_2

Location: 75 หมู่บ้านหัวดอน ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
Price: ราคาเริ่มต้น 2,000 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาโทรสอบถามล่วงหน้า)
Phone: 089 899 7979
Facebook: Riad Hua Hin hotel

5.บ้านมนตรา บีช รีสอร์ท, ประจวบคีรีขันธ์
(Baan Montra Beach)

ปิดท้ายด้วยรีสอร์ทเล็กๆ ที่ใช้ชื่อไทยๆ แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของโมร็อกโก ที่มีบ้านพักแบบวิลล่าทั้งหมด 18 หลัง 4 แบบ คือ Studio Poolside Villa, Family Poolside,  Beach Front Villa และ Ocean View Villa วิลล่าแต่ละหลังแยกส่วนกันที่ไม่ว่าคุณจะมาสวีทกับแฟน หรือพาครอบครัวมาเที่ยวก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ทั้งยังมีระเบียงและดาดฟ้าให้นั่งชมวิวได้แบบ 360 องศา และมีสระว่ายน้ำ ร้านอาหารวิวทะเลให้คุณได้นั่งรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ไม่ว่าใครได้มาเยือนที่นี่ก็ต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน

baanmontra-beach15
baanmontra-beach9

Location: 333/1 หมู่ 3 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
Price: ราคาเริ่มต้น 2,400-3,800 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาโทรสอบถามล่วงหน้า)
Phone: 089 519 0770
Facebook: บ้านมนตรา บีช รีสอร์ท,หาดบ้านกรูด : Baanmontra Beach Resort
Website: Baanmontra Beach Resort