Blog

Hassan II Mosque

สถานที่เที่ยวเมื่อไปมอร็อคโค

3.Hassan II Mosque

Hassan II Mosque มัสยิดฮัสซันที่ 2 เป็นมัสยิดในคาซาบลังกาโมร็อกโก เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก หอคอยสุเหร่านั้นเป็นสุเหร่าที่สูงที่สุดในโลกที่ 210 เมตร เสร็จสมบูรณ์ในปี 1993 ได้รับการออกแบบโดย Michel Pinseau และสร้างโดย Bouygues สุเหร่าสูง 60 ชั้นโดยเลเซอร์ซึ่งเป็นแสงที่มุ่งตรงไปยังเมกกะ มัสยิดตั้งอยู่บนแหลมที่มองออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก ผู้นมัสการสามารถอธิษฐานข้ามทะเลได้ แต่ไม่มีพื้นกระจกมองลงไปในทะเล ผนังทำจากหินอ่อนที่ทำด้วยมือและหลังคาสามารถพับเก็บได้ ผู้นับถือมากที่สุด 105,000 คนสามารถรวมตัวกันเพื่อละหมาด: 25,000 คนในห้องโถงของมัสยิดและอีก 80,000 คนบนพื้นด้านนอกของมัสยิด

History

ราชอาณาจักรโมร็อกโก

โมร็อกโก ชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรโมร็อกโก เป็นรัฐเดี่ยวและรัฐเอกราชที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคมาเกร็บในแอฟริกาเหนือ เป็นหนึ่งในถิ่นกำเนินชนเบอร์เบอร์ ในทางภูมิศาสตร์โมร็อกโกมีเทือกเขาหินขรุขระตรงกลาง มีทะเลทรายขนาดใหญ่และมีชายฝั่งยาวมาตั้งแต่มหาสมุทรแอตแลนติกจนถึงทะเลเมดิเตอเรเนียน โมร็อกโกมีพื้นที่ประมาณ 710,850 ตารางกิโลเมตรและประชากรกว่า 35,276,786 คน เมืองหลวงชื่อราบัตและมีเมืองใหญ่สุดชื่อกาซาบล็องกา นอกจากนี้ยังมีเมืองสำคัญอื่น ๆ อีกอาทิมาร์ราคิช แทงเจียร์ ซาเล่ห์ แฟ็ส แม็กแน็สและ วัจด้า ในทางประวัติศาสตร์โมร็อกโกเป็นประเทศอำนาจนำภูมิภาคมีความเป็นอิสระและไม่ได้ถูกยุ่งเกี่ยวหรือรุกรานโดยเพื่อนบ้านตั้งแต่สุลต่าน โมเลย์ อิดริส ที่ 1ก่อตั้งรัฐโมร็อกโกครั้งแรกใน พ.ศ. 1332 ประเทศถูกปกครองโดยระบบราชวงศ์และเจริญสุดขีดในช่วงราชวงศ์อัลโมราวิดและราชวงศ์อัลโลฮัดซึ่งครอบครองส่วนหนึ่งของคาบสมุทรไอบีเรียและแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ ราชวงศ์มารีนิดและราชวงศ์ซาดีได้ยืนหยัดต่อต้านการรุกร่านจากต่างประเทศ อีกทั้งโมร็อกโกเป็นประเทศในแอฟริกาเหนือประเทศเดียวที่เลี่ยงการยึดครองจากจักรวรรดิออตโตมันได้ ราชวงศ์อเลาอัวซึ่งปกครองประเทศอยู่ในปัจุบันนั้นขึ้นมามีอำนาจในโมร็อกโกตั้งแต่ พ.ศ. 2174 ใน พ.ศ. 2455 โมร็อกโกถูกแบ่งเป็นโมร็อกโกในอารักขาของฝรั่งเศส โมร็อกโกในอารักขาของสเปนกับเขตสากลในแทนเจียร์และกลับมาได้รับเอกราชใน พ.ศ. 2499 วัฒนธรรมชาวโมร็อกโกจะเป็นแบบผสมผสานตามอิทธิพลของเบอร์เบอร์ อาหรับ แอฟริกาตะวันตกและยุโรป

Snack

ขนมที่ต้องลองชิมเมื่อไปเที่ยวมอร็อกโก

1.Brouat

Brouat เป็นสไตล์ขนมพัฟ มีทั้งสอดใส้คาวและหวาน เป็นไปทอดหรืออบ ใส้คาว รสชาติเหมือนปอะเปี๊ยะบ้านเรา มีใส้ต่างๆ ไก่ หรือเนื้อ ผสมกับผัก ชีส มะนาว และพริกไทย ปั้นเป็นรูปสามเหลี่ยม หรือกลมๆเหมือนปอเปี๊ยะบ้านเราเลย ขึ้นอย่างกับสูตรของแต่ละคน แต่ละเจ้า ส่วนใส้หวาน จะใส่ใส้ almond paste แล้วไปทอด ราดด้วยน้ำผึ่ง และแยมส้ม

Drink

เครื่องดื่มที่ต้องลองชิมเมื่อไปเที่ยวมอร็อกโก

1.Mint tea

Mint tea เครื่องดื่มที่นิยมมากที่สุดในโมร็อกโกเป็นชาเขียวที่มีสะระแหน่ ทั่วประเทศโมร็อกโกการทำชาที่ดีถือเป็นรูปแบบศิลปะและถือเป็นประเพณีการดื่มชาบ่อยครั้งกับครอบครัวและเพื่อนฝูง น้ำประปาสามารถดื่มได้ในสถานที่ส่วนใหญ่ในโมร็อกโกอย่างไรก็ตามน้ำดื่มบรรจุขวดนั้นปลอดภัยกว่าและยังหาซื้อได้ง่ายและราคาถูก แม้ว่าโมร็อกโกจะเป็นประเทศมุสลิม แต่ก็ไม่แห้งอย่างสมบูรณ์และหลายแห่งมีใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไฮเนเก้นเป็นเบียร์สำคัญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างไรก็ตามมีเบียร์ท้องถิ่นสามชนิด ได้แก่ คาซาบลังก้านกกระสาและธง แม้จะมีทัศนคติที่ผ่อนคลายต่อแอลกอฮอล์การดื่มในที่สาธารณะก็ขมวดคิ้วและการดื่มใกล้มัสยิดถือว่าเป็นเรื่องที่หยาบคายมากและไม่ควรเกิดขึ้น

Jemaa el Fna

สถานที่เที่ยวเมื่อไปมอร็อคโค

2.Jemaa el Fna

Jemaa el Fna เป็นจัตุรัสและตลาดในย่านเมดินาของมาราเกช ยังคงเป็นจัตุรัสหลักของ Marrakesh ซึ่งใช้โดยชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ที่มาของชื่อไม่ชัดเจน: จามาหมายถึง “การชุมนุม” หรือ “มัสยิด” ในภาษาอาหรับอาจหมายถึงมัสยิดที่ถูกทำลายบนเว็บไซต์ Fnaʼหรือfinâʼอาจหมายถึง “ความตาย / การสูญพันธุ์” หรือ “ลานภายในช่องว่างด้านหน้าอาคาร” ” finâʼในภาษาอาหรับโดยทั่วไปหมายถึง” พื้นที่เปิดโล่ง “การแปลแบบตรงจะเป็น” พื้นที่การชุมนุม / การชุมนุม “ความหมายอื่นอาจเป็น” การประชุมแห่งความตาย “หรือ” มัสยิดในตอนท้ายของโลก ” คำอธิบายอีกข้อหนึ่งก็คือมันหมายถึงมัสยิดที่มีลานกว้างหรือจัตุรัสหน้ามัสยิด การแปลครั้งที่สามคือ “การชุมนุมของคนตาย” หมายถึงการประหารชีวิตสาธารณะในพลาซ่าประมาณ 1,050 AD

Travel expenses

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

1.จองตั๋วไปลงมิลานก่อน แล้วค่อยนั่งสายการบิน Low cost ต่อไปที่โมรอคโค ตั๋วของสายการบิน Oman Air ไป-กลับ กรุงเทพ มิลาน 21,150 บาท และ ไป-กลับ มิลาน มาราเกซ สายการบิน Easy jet ประมาณ 8,xxx บาท หลังจากถึงสนามบินรับกระเป๋าเสร็จ ก็ไปแลกเงินกันแลกไว้ประมาณ 3 พันบาท (ค่าทัวร์ไม่รวมอาหารกลางวัน)
2.แลกเงินเสร็จเดินออกมาก็มีคนถือป้ายรอรับพวกเราที่หน้าประตู
3.นั่งรถไปที่พักเพื่อเก็บของเตรียมตัวเที่ยวกัน

เอกสารที่ต้องใช้

– แบบฟอร์มคำร้อง ขอวีซ่าที่กรอกข้อมูลครบ
– หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนา 1 ชุด
– รูปถ่ายสี ด้านหลังเป็นสีอ่อน ขนาด 3.5 x 4.0 ซม. จำนวน 2 รูป ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
– สำเนาบัตรประชาชน พร้อมคำแปล ภาษาอังกฤษ ( เขียนใส่ A4 โลด )
– หนังสือรับรอง สถานะทางการเงิน จากธนาคาร 1 ฉบับ รับรองจากธนาคาร ( Statament ไม่ต้อง )
– หลักฐานการทำงาน ที่ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการทำงาน และเงินเดือน เป็นภาษาอังกฤษ กรณีที่ เป็นเจ้าของ หากใช้หนังสือ จดทะเบียนบริษัท เอกสารต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ
– ใบจองตั๋วเครื่องบิน
– เอกสารการจองที่พัก หรือ จดหมายเชิญ ที่รับรองจาก กระทรวงการต่างประเทศในประเทศโมร็อคโค
– หนังสือหรือ จดหมายเชิญจาก บริษัทหรือ หน่วยงานใน ประเทศ โมร็อคโค (สำหรับวีซ่าธุรกิจ)
– ประกันการเดินทาง

สถานที่ขอวีซ่า

ที่อยู่ แผนกวีซ่า สถานเอกอัครราชทูต โมร็อคโค ประจำประเทศไทย ชั้น 12 อาคารสาทรซิตี้ 175 ถนนสาทรใต้ สาทร กรุงเทพฯ 10120 โทร: 02-679-5604-06 ( สงสัยอะไร โทรไปถามก่อนนะครับ เพื่อความชัวร์ )

เวลาทำการแผนกวีซ่า

วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.30 – 12.30 น. (รับยื่นวีซ่า)
วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 14.00 – 16.00 น. (รับหนังสือเดินทางคืน)

Jardin Majorelle

สถานที่เที่ยวเมื่อไปมอร็อคโค

1.Jardin Majorelle

Jardin Majorelle สวนแห่งนี้ได้รับการตกแต่งโดย Majorelle ผู้ที่มีชีวิตและทำงาน ณ ที่แห่งนี้ตั้งแต่ ปี 1923-1961 ชื่อของเขาได้รับการจดสิทธิบัตร ว่าเป็นสี “Majorelle bleu” ตามสีที่ถูกทาภายด้านนอกของบ้านในสวนแห่งนี้ด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีกระถางดินสีเหลือง สีส้ม ปูนแกะสลักสีเขียวมิ้นต์ และสีสิ่งของเข้มข้นที่ทะลุผ่านออกมาจากต้นไม้ และน้ำพุภายในสวนแห่งนี้เขาเริ่มใช้ “Majorelle bleu” ในปี 1937 ด้วยการทาสีในห้องทำงานของเขา ต่อมาที่ประตู กระถางต้นไม้ และตึกอื่นๆ ด้วยสีสันเข้มข้น